การแข่งขัน จักรยาน รายการต่างๆ ที่น่าสนใจ

รวบรวมการแข่งจักรยาน รายการต่างๆ ที่น่าสนใจ ในส่วนนี้ ผมจะพยายาม หามาฝาก ให้ได้มากขึ้นครับ

จักรยานเสือภูเขา

สำหรับ ท่านที่เป็นแฟน จักรยานเสือภูเขา ทางผมจะพยายาม นำเรื่องราว เกี่ยวกับจักรยานประเภทนี้มานำเสนอให้มากขึ้น ครับ ที่ผ่านมา ผมคิดว่ามันยังน้อยอยู่ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยถนัด ทางเสือภูเขามากเท่าไหร่ครับต้องขออภัย ไว้ล่วงหน้าหากมีข้อมูลผิดพลาด ครับ

อะไหล่ จักรยาน และเทคโนโลยี ต่างๆ

ในปัจจุบัน มีการพัฒนาไปมากครับ จนเราๆ ท่านๆ แทบจะหาเงิน มาเปลี่ยน อะไหล่พวกนี้กันแทบไม่ทัน ใครที่มีทุนมากหน่อย ก็สบายหน่อยครับ ได้ใช้ของใหม่ ก่อนใครเพื่อน ส่วนใครทุนน้อย ก็คงต้องรอของมือสองกันละครับ

จักรยาน BMX

จักรยาน BMX เป็นจักรยานที่ได้รับความนิยม มาอย่างยาวนาน และการพัฒนาของจักรยานประเถทนี้ ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่า จักรยาน ประเภทอื่นเลยครับ

จักรยาน ไทม์ไทรอัล

จักรยาน ประเภท ไทม์ไทรอัล หรือที่ใครหลายคน เรียกว่าจรวจทางเรียบ นั่นแหละครับ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรยานเสือหมอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรยานเสือหมอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีพันแฮนด์ จักรยานเสือหมอบ

เหตุที่ผมต้องมานำเสนอวิธีการพันแฮนด์ รถจักรยานเสือหมอบ ในวันนี้ก็เพราะว่า เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ผมออกไปปั่นจักรยานตามปรกติครับ แต่ยังไปไม่ถึงไหนเลยก็ล้มเสียแล้วครับ ห่างจากบ้านผมแค่ 15 เมตรเองครับ สาเหตุก็มีอยู่ว่ามีคนจอดรถคุยกันอยู่กลางซอย เลยครับ แบบเต็มถนนเลยหละครับ ผมเลยหลบเข้าข้างทาง เผอิญข้างทางดินมันนุ่ม ผมปลดเท้าออกไม่ทันครับ เลยล้มลงแบบนิ่มๆ โดยไม่ได้ชนอะไร แค่ปลดคลิทรองเท้าไม่ทัน แค่นั้นเองครับ ก็ไม่เป็นอะไรมากครับ เพราะตรงนั้นมันเป็นดินนุ่มๆ ที่มีหญ้าอำพลางอยู่ ตัวผมเองก็ ข้อเท้าซ้ายเคล็ด, น่องขวาโดนใบจานหน้าบาด แต่ก็ยังทนได้ครับเพราะหนักกว่านี้ผมเจอมาแล้วครับ ผมเลยกลับมาบ้านเพื่อตรวจดูสภาพรถ จักรยาน ของผม ดูแล้วไม่มีอะไรเสียหายมาก แค่ผ้าพันแฮนด์ถลอก และ แบะนั่ง เป็นรอยถลอกนิดหน่อยครับ แต่วันนั้นผมก็ยังออกไปปั่นอยู่นะครับ แต่ก็เป็นวันที่ถือว่าโชคไม่ดีเอาเสียเลย ระหว่างทางที่ผมปั่น ผมมีเหตุให้ต้องแซงรถยนต์ที่กำลังจะจอดอยู่ เลยไปชนกับกรวย สีส้มๆ ที่ตำรวจจราจร เขาวางไว้กลางถนนอีก จนกรวยกระเด็น ไปเลยครับ โชคยังดีที่ผมไม่ล้มครับ แต่ก็ใจหายเหมือนกัน สรุปวันนี้ที่ผมออกไปปั่นจักรยาน เจอแต่เรื่องไม่ดี คงอาจเป็นเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้าง ใจร้อนครับเวลาขี่รถ หรือขับรถ โดยเฉพาะหากเจอคนที่ไม่ค่อยมีมารยาท ในการใช้ถนน ผมจะรู้สึกฉุนครับ แต่ก็พยายามสงบสติ และอารมณ์ เอาไว้ครับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา ครับ ถือว่าฟาดเคราะห์ ไปแล้วกัน

หลังจากที่ผมกลับมาจากปั่นจักรยาน ผมก็ตรวจสภาพจักรยานอีกทีพบว่า มีแค่ 2 จุดครับที่ผมต้องซ่อม คือ 1. ผ้าพันแฮนด์ 2. เบาะ ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนผ้าพันแฮนด์จักรยานก่อน โดยร้านจักรยานที่ผมนึกอยู่ใจ มี 2 ร้านครับ ร้านแรกที่ผมเข้าไปถาม (ผมนึกในใจเองว่าร้านนี้ต้องแพงแน่เลย เพราะเขาแต่งร้านค่อนข้างดูดี คือหรูหน่อยครับ) เขาติดราคา 250 บาท ส่วนอีกร้าน เป็นร้านที่เมื่อก่อนผมซื้ออะไหล่เป็นประจำครับ สินค้ามีให้เลือกเยอะครับ พอผมถามพี่เขาบอกว่า 380 บาท ก็ยี่ห้อเดียวกับร้านแรกนั่นหละครับ แต่ราคาห่างกันตั้ง 130 บาท ผมเลยบอกว่า ขอบคุณครับ แล้วเดินออกมา พร้อมกับนึกในใจว่า (ถ้าผมซื้อที่นี่ผมก็บ้าแล้วครับ) ผมเลยกลับไปซื้อที่ร้านแรกครับ โดยผมไม่ต่อราคาเลยครับ แต่หากผมต่อพี่เขาคงลดให้อีก 10 บาทแน่ๆ โดยส่วนตัวหากผมซื้อของที่ราคาไม่แพงผมจะไม่ต่อราคาครับ เพราะผมเคยไปซื้อของตามตลาดสด ยกตัวอย่างเช่น ผักบุ้งมัดละ 5 บาท ผมเคยเห็นมีคนต่อ 4 บาทได้หรือเปล่า เรื่องนี้มันมีอยู่จริงครับ และผมว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ ผมว่าบาทสองบาทก็ให้แม่ค้าไปเถอะครับ โอ้วเพ้อซะยาวเลยครับ งั้นกลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ โดยผ้าพันแฮนด์ที่ผมซื้อมาก็ถือว่าใช้ได้ครับ ผลิตที่ ไต้หวัน ตอนแรกผมหาซื้อสีดำ เผอิญสีดำหมดผมเลยตัดสินใจซื้อสีขาวมาครับ โดยผมจะพันแค่ข้างเดียวครับคือข้างที่มันฉีกนั่นแหละครับ โดยจะปล่อยข้างขวาให้เป็นสีดำเช่นเดิมครับ เพราะผมคิดว่ามันแปลกดีผมชอบครับ งั้นเรามาดูวิธีกันเลยครับ

รูปแสดงวิธีการพันแฮนด์รถจักรยาน


แฮนด์จักรยาน
สังเกตุจากรูปจะเห็นได้ว่าผมได้ลอกผ้าพันแฮนด์ จักรยานอันเก่าที่ชำรุด ออกไปแล้วนะครับ ที่เห็นเป็นสีขาวๆ สามจุดนั่นคือ สก็อตเทป พันไว้เพื่อยึดสายเบรค และสายเกียร์ ให้แนบกับแฮนจักรยานครับ เวลาเราพันแฮนด์จักรยาน จะทำให้สามารถพันได้ง่ายขึ้นครับ

เทปพันแฮนด์จักรยาน
จากนั้นเราก็ตัดผ้าพันแฮนด์ออกมาประมาน 3 นิ้วครับส่วนนี้เราจะเอาไปแปะที่ข้างหลังมือเบรคเพื่อซ่อนไม่ให้เห็นสีของแฮนด์จักรยานเวลาเราพันเสร็จครับ ช่วยในเรื่องความสวยงาม และยังช่วยให้เราไม่ต้องพันในจุดนั้นหลายรอบ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงจากการที่ผ้าพันแฮนด์ยาวไม่พอที่จะพันแฮนด์ครับ ผมคิดว่ามือใหม่ที่เคยพันแฮนด์จักรยานด้วยตัวเองคงเคยเจอกับปัญหานี้มาแล้วครับ

แปะหลังมือเบรคจักรยาน
 จากขั้นตอนข้างบนอาจมีคนสงสัยว่าแปะไว้ตรงไหนผมได้ถ่ายภาพตำแหน่งที่เราจะนำไปแปะไว้ด้วยครับ ตรงจุดนี้เลยครับ เพื่อปกปิดสีของแฮนด์เรา เวลาพันแฮนด์จักรยานเสร็จ

เริ่มพันแฮนด์จักรยาน
แล้วก็มาถึงจุดที่เราจะต้องเริ่มต้นพันแฮนด์จักรยานกันแล้วครับ ต้องเริ่มพันจากปลายของแฮนด์ขึ้นมานะครับ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า มันจะช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรก ที่จะเข้าไปสะสมระหว่างร่องทับซ้อนของผ้าพันแฮนด์ครับ ใช้หลักการเดียวกับการมุงหลังคาบ้านนั่นแหละครับ เวลาฝนตกน้ำจะไม่รั่วเข้าบ้านครับ ตรงกันข้ามหากเราพันจากข้างบนลงมา มันจะทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ และเหงื่อ ใหลเข้าไปสะสม ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้การทำความสะอาดเป็นไปได้ยากครับ โดยส่วนใหญ่ จักรยาน ที่วางจำหน่ายทั่วไปจะมีการพันแบบ ล่างขึ้นบนหมดครับ

ระหว่างพันแฮนด์จักรยาน
จากรูปจะเห็นได้ว่าเราต้องพันเทป ดังกล่าว สังเกตุดีๆ จะมีแถบกาวอยู่ตรงกลาง โดยในการพันควรกะระยะให้แถบกาวสัมผัสกับตัวแฮนด์ใว้ครับ มันจะดูสวยงาม และทนด้วยครับ ไม่ใหลลื่นง่ายๆ โดยขณะที่เราพันควรดึงเทปพันให้ ตึงๆ หน่อยครับ เพราะตัวเทปพันสามารถยึดหยุ่นได้ครับ หากเราไม่ดึงเลยมันจะส่งผลให้เทปพันไม่พอ หรือพันไม่ถึงด้านบนครับ

พันแฮนด์จักรยานเสือหมอบ
พอเราพันมาจนถึงจุดนี้นะครับ สังเกตุดี ตรงจุดนี้สำคัญมากครับ ให้ดึงขึ้นมาตามรูปเลยครับ หากเราดึงขึ้นอีกฟากของแฮนด์ ตอนจบปลายเทปพันมันจะหันมาทางผู้ขี่ซึ่งไม่ถูกต้องครับ

การใช้เทปพันแฮนด์จักรยาน
ดังนั้นหากเราพันถูกต้องตอนจบมันต้องเป็นแบบนี้ครับ ตัวปลายของเทปจะหันออกไปข้างหน้า เราก็รวบลงไป แล้วใช้เทป หรือสติกเกอร์ ที่เขาแถมมาให้พันทับลงไปเพื่อกันไม่ให้เทปพันแฮนด์หลุดร่อนออกมาครับ

แฮนด์จักรยานเมื่อพันเสร็จแล้ว
นี่แหละครับภาพหลังจากที่ผมพันเสร็จแล้ว ข้างหนึ่งสีดำ ข้างหนึ่งสีขาว มันแปลกดีผมชอบครับ ซึ่งหลังจากที่ผมหายบาดเจ็บแล้ว ผมลองออกไปปั่นจักรยาน รู้สึกว่าผ้าพันแฮนด์ยี่ห้อนี้ใช้ได้เลยครับ ตอนแรกผมนึกว่าจะ ลื่นๆ ไม่กระชับมือ แต่ที่ไหนได้ นุ่มและหนืบดีครับ ดีกว่าสีดำด้านขาวเล็กน้อยครับ ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าของดีใช่ว่าจะแพงเสมอไปครับ ถูกและคุณภาพดี ก็มีเยอะแยะครับ ขึ้นอยู่ว่าเราจะเลือกมาใช้ให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าหรือเปล่าครับ บทความนี้ก็ขอจบเพียงแค่นี้ครับ หากผิดพลาดประการใด ติชมได้ตามสบายครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: วิธีปะยางจักรยาน

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเตรียมตัวก่อนทำการแข่งขันจักรยาน

การเตรียมตัวก่อนทำการแข่งขันจักรยาน
การอบอุ่นร่างกายก่อนการแข่งขันจักรยาน
บทความนี้ส่วนใหญ่ ผมจะเขียนจากประสบการณ์จริง ที่ผมได้เคยสัมผัสมาด้วยตัวเอง จากการแข่งขันจักรยานหลายๆ รายการ พอผมนึกย้อนไปกลับไปในสมัยที่ผมยังปั่นจักรยาน ผมก็ได้พบว่าความผิดพลาดเพียงเล็กๆ น้อยๆ จากการที่เราไม่ได้ใส่ใจในจุดเล็กๆ ที่เรามองข้าม อาจนำมาซึ่งความผิดหวัง และพ่ายแพ้ แบบคาใจ หรือคิดอีกแบบ ก็คือ "หากเราตรวจสอบ และรอบคอบกับจุดนี้อีกหน่อย เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น นึกแล้วน่าเสียดายจัง" หลายคนอาจจะพูดกับตัวเองแบบนี้ เมื่อการแข่งขันได้จบลงไปแล้ว เรื่องที่ผ่านไปแล้วเราย่อมกลับไป แก้ไขอะไรมันไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ ก็แล้วกันครับ ผมก็เคยผ่านจุดนี้มาแล้วครับ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ผมก็เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ ในเรื่องดังกล่าว ให้เพื่อนๆ ชาวจักรยาน ไว้เผื่อคนใหนที่ยังไม่รู้ จะได้เตรียมตัวได้ถูกต้องครับ

การเตรียมตัวก่อนทำการแข่งขันจักรยานนั้น ส่วนตัวผมจะแบ่งเป็น 2 ส่วน นะครับ

  1. การเตรียมความพร้อมของจักรยาน และอุปกรณ์ สวมใส่
  2. การเตรียมความพร้อมของร่างกาย

การเตรียมความพร้อมสำหรับจักรยาน

  • สภาพยางจักรยานลมยาง และสภาพยางจักรยาน ยางที่หมดสภาพแล้วควรเปลี่ยนก่อนทำการแข่งขัน และเช็คแรงดันลมยางให้ถูกต้อง ก่อนทำการแข่งขันเสมอครับ เช็คตรงจุด Start เลยครับ แน่นอนที่สุด แต่หากเป็นการแข่งขันประเภทลู่ ที่ยังทำการแข่งขันกันในสนามดิน ควรเช็คกาวที่ทายางอาฟ ด้วยครับว่ากาวหมดสภาพหรือยัง เหตุการณ์นี้ ผมเคยเจอมากับตัวเองเลยครับ ตอนที่ผมแข่งจักรยาน คัดตัวแทนเขต 5 ผมลงแข่งขันจักรยานประเภทพ้อยเรซ ผมประสบอุบัติเหตุ ระหว่างการแข่งขันเพราะว่า กาวที่ทายางอาฟ มันหมดสภาพ ครับยางเลยหลุดออกจากขอบ ตัวผมสปริ้นนำมาแล้วพอช่วงเข้าโค้ง ความเร็วมันสูงมากครับ ยางเลยหลุดออกจากขอบล้อ ตัวผมล้มก่อนครับ ส่วนคนที่ตามผมมา ก็ไม่รอดครับ สอยผมเข้าไปเต็มๆ ล้มด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็ยังดีครับ พวกพี่ๆ ที่อยู่ทีมเดียวกันกับผม เขามาชมแบบติดสนามจริงๆ คือผมล้มต่อหน้าเขาเลยครับ พี่เขาเลยเข้ามาช่วยดึงยางให้เข้าที่ แล้วผมก็ต้องแข่งขันต่อตามระเบียบครับ สรุปพอจบการแข่งขันผมได้ ที่2 พี่คนที่ล้มตามผมเขาได้ ที่1 ครับ เหตุที่พวกพี่เขาชอบดูการแข่งขันแถวใกล้ๆโค้ง เพราะส่วนใหญ่จะได้เห็นภาพกีฬามันๆ กันแบบจะๆ พวกการแข่งขันจักรยานประเภทสปริ้น ที่ใช้ความเร็วสูงๆ โอกาสล้มมีสูงมากครับ ยิ่งแข่งในลู่ดินแล้วละก็ เกือบจะทุกรายการครับ เป็นต้องล้มกันบ่อย ดังนั้นอย่าลืมเช็คสภาพยางก่อนการแข่งขันด้วยนะครับ

  • เช็คจุดหมุน และข้อต่อต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ล้อเช็คว่าลื่นดีหรือเปล่า มีอาการโยกหรือคลอนใหม โซ่จักรยานอยู่ในสภาพดีหรือเปล่า อย่าลืมหยอดน้ำมันหล่อลื่นด้วยนะครับ น็อตสกรูต่างๆ ขันแน่นหรือยัง ตรวจให้พร้อมครับ เพราะพวกนี้ตอนซ้อมมันไม่ค่อยมีอาการ แต่ตอนที่เราจะแข่งนี้ซิครับ หากเราไม่เช็คอีกรอบ มันชอบมางอแง่ช่วงนี้จริงๆ

  • ระบบเบรคจักรยาน ส่วนใหญ่หลายคนจะ ไม่ค่อยได้เช็ค หลอกครับ เพราะถือว่าใช้ทนใช้นาน เลยละครับ ยิ่งผ้าเบรคบางรุ่นใช้กันจนลืม เลยครับว่าซื้อมาเมื่อไหล่ แต่ก่อนแข่งขัน ดูซักหน่อยก็ดีครับ กันเหนียว เช็คทั้งระบบ เลยยิ่งดีครับ เช่น สายเบรค หมุนน็อตแน่นหรือเปล่า เช็คดูให้ดีครับ เพราะเบรคจะสำคัญมากครับ เวลาเราลงเขา

  • รองเท้าและบรรไดจักรยานบรรได และรองเท้าจักรยาน ตรงส่วนนี้หลายคนอาจจะ ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร แต่มันทำให้ผมพลาดโอกาสได้ลุ้นเหรียญ ในกีฬาแห่งชาติ มาแล้วครับ ตอนนั้นผมไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ที่จัดขึ้นที่จังหวัดอยุธยา ผมจำปีไม่ได้แล้วครับขออภัยด้วยนะครับ ซึ่งผมเป็นตัวแทนของเขต 5 ทางผู้จัดการทีมให้ผมลงแข่งขัน 2 รายการครับ แต่ก็พลาดโอกาสได้เหรียญทั้งสองรายการเลย คือ จักรยานทางไกลระยะทาง 180 ก.ม. และพ้อยเรซ รายการแรก 108 ก.ม. ผมพลาดโอกาสได้เหรียญเพราะว่าประสบการณ์ผมยังน้อยครับ ผมแบ่งการใช้แรงยังไม่เป็น เลยเข้าแค่ที่ 5 ส่วนประเภทพ้อยเรซที่ทางพี่ๆ ในทีมเขาหวังว่าผมคงได้ลุ้นเหรียญแต่ก็พลาดเพราะว่า เจ้ารองเท้าจักรยานของผม เชือกผูกรองเท้ามันหลุดครับ (ไม่ต้องงงครับเมื่อก่อนรองเท้าจักรยานบางรุ่นยังใช้เชือกผูกรองเท้าอยู่ครับ) คือช่วงที่เชือกมันยังไม่หลุดผมก็สปริ้นเข้า และมีคะแนนตลอด พอเชือกมันหลุดแล้วผมลุกจากอานจักรยานสปริ้นไม่ได้เลยครับ ได้แต่ประคองตัว ไม่ให้หลุดออกจากกลุ่ม ก็พอ ช่วงแรกๆ ของการแข่งขันมีอุบัติเหตุล้มกันไปหลายคนครับ เพื่อนผมที่อยู่ทีมเดียวกันก็ล้มไปด้วย จนต้องออกจากการแข่งกันไปหลายคน ส่วนผมหลบมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ดันมาเชือกรองเท้าหลุดอีก มันน่าเศร้าจริงๆ แต่ผมก็แข่งขันจนจบนะครับ แต่ก็พลาดไม่ได้ซักเหรียญ ดังนั้นอย่าประมาทครับควรเช็ครองเท้าปั่นจักรยาน ดูให้แน่ใจว่าสภาพ กาวที่ยึดพื้นรองเท้ากับตัวรองเท้า ยังติดกันดีอยู่ เพราะผมเคยสปริ้นจนตัวรองเท้าหลุดออกจากพื่นรองเท้ามาแล้วครับ ไม่ใช้ว่าผมแรงดีนะครับ เป็นเพราะกาวที่ทางโรงงานเขาทามามันหมดสภาพเองครับ อีกอย่างผมเคยเห็นการแข่งขันจักรยานประเภทลู่สมัยนี้ เขาจะมีเข็มขัดรัดรองเท้าให้ติดกับบรรไดอีกที หากคุณเป็นคนที่สปริ้นหนักๆ ผมว่าหามาใช้สักคู่ก็ดีครับ ผมเคยเห็นวีดีโอของฟรั่ง บางคนสปริ้นกันจนซี่จักรยานขาดกันเลยก็มีครับ โหดกันดีจริงๆ ที่สำคัญหล่อนเป็นผู้หญิงด้วยนะครับ ใครได้เป็นแฟนคงไม่กล้าหนีเที่ยวเป็นแน่แท้!!
อุบัติเหตุในการแข่งขันจักรยาน

การเตรียมความพร้อมของร่างกาย ก่อนการแข่งขันจักรยาน

  • การอบอุ่นร่างกายก่อนการแข่งขันจักรยาน ผมว่ามันเป็นสิ่งสำคัญเลยครับ เพราะมันจะทำให้ร่างกายของเรา พร้อมสำหรับการแข่งขัน และลดอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม หรือการแข่งขัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราจะทำการแข่งขันจักรยานทางไกล เราก็ยืดเส้นยืดสาย ก่อนขึ้นขี่จักรยาน แล้วก็ปั่นเล่นเบาๆ ใกล้ๆ กับจุดเริ่มต้นของสนามแข่งขัน หรือถ้าหากเป็นการแข่งขันประเภทลู่ ก่อนทำการแข่งเราต้องอบอุ่นร่างกาย ด้วยการขึ้นลูกกลิ้ง หรือเทรนเนอร์ เพราะเนื้อที่ที่มีจำกัด ของสนามแข่งนั่นเองครับ

  • การทานอาหารก่อนทำการแข่งขันจักรยาน หากเราจะทำการแข่งขันระยะทางสั้นๆ เราไม่ควรทานเยอะครับ อาจจะทานก่อนทำการแข่งขัน 1 ช.ม. ครึ่ง ถึง 2 ช.ม. หากเป็นการแข่งขันจักรยานทางไกล อันนี้จัดเต็มไปเลยครับ แต่ควรก่อนการแข่งขันสัก 1 ช.ม. ส่วนเหตุการณ์และประสบการณ์ เกี่ยวกับการทานอาหารนี้ไม่ได้เกิดกับผมโดยตรงนะครับ แต่มันเกิดกับรุ่นพี่ที่ฝึกซ้อมด้วยกันกับผม คือวันนั้นออกไปฝึกซ้อมจักรยานกันตามปรกติ ระยะทางประมาณ 70 - 80 กิโลเมตร พอขี่กันไปได้ซักประมาณ 20 กว่า ก.ม. พี่เขาก็ธาตุไฟเข้าแทรกครับ คืออวกนั่นเองครับ พี่เขาคงทานเยอะไปหน่อย แล้วไม่ได้รอให้อาหารย่อยสักพักก่อนแล้วค่อยมาฝึกซ้อม ทำให้พี่เขาต้องจอดพัก แล้วค่อยรอเข้ากลุ่มอีกที่ตอนที่กลุ่มวนกลับมาครับ แต่พี่เขาพอเข้ากลุ่มอีกที่ก็ไม่เป็นไร ปั่นได้ตามปรกติ ถ้าผมจำไม่ผิดการปั่นจักรยานฝึกซ้อมตอนนั้นความเร็วเฉลี่ยน่าจะอยู่ประมาน 43 - 45 ก.ม./ชั่วโมง ในสมัยนั้น ก็ถือว่าเร็วแล้วครับ แต่หากเป็นสมัยนี้ผมว่าความเร็วขณะปั่นกันเป็นกลุ่มคงไม่น่าจะต่ำกว่า 45 ก.ม./ช.ม. เพราะเหตุที่ว่า อุปกรณ์จักรยาน และเทคนิคต่างๆ ได้รับการพัฒนาขึ้นเลื่อยๆ ทำให้นักปั่นจักรยานในปัจจุบัน ปั่นได้เร็วขึ้นนั่นเองครับ

  • จักรยานสวยความตื่นเต้นก่อนการแข่งจักรยาน อันนี้เป็นกันทุกคนครับ ใครที่เคยเป็นนักกีฬาคงจะรู้ดีครับ แต่เราควรควบคุมมันให้ได้ครับ อย่าให้มันมีผลต่อการแข่งขัน หากเป็นนักกีฬาที่มีประสบการณ์หรือ เคยผ่านสนามมาเยอะๆ จะไม่ค่อยตื่นเต้นครับ เพราะแข่งบ่อยๆ จะชินไปเองครับ แต่หากเป็นนักปั่นจักรยานหน้าใหม่ ต้องควบคุมตัวเองให้ได้ครับอย่าให้ตื่นเต้นจนลืมสิ่งที่โค้ช หรือผู้ฝึกสอน ได้แนะนำไว้ก่อนการแข่งขันนะครับ แต่หากเวลาผ่านไปเราก็จะมีประสบการณ์มากขึ้น และจะเคยชินไปเองครับ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ตารางขนาดล้อ และยางจักรยาน

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ปั่น จักรยาน ด้วยรอบขาเท่าไหร่ถึงจะดี

Pedalling Frequence

    เมื่อ แลนซ์ อาร์มสตรอง ชนะการแข่งขัน จักรยาน ในรายการ ทัวร์เดอะฟรอง ในปี ค.ศ 1999 เขาได้โชว์ ให้เราๆ ท่านๆ เห็นว่า การปั่นด้วยรอบขาที่สูง หรือที่เรารู้จักกันใน คำว่า RPM นั้น สามารถช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้ในสเตทที่มีเส้นทางขึ้นภูเขาสูง มากๆ โดยการปั่นด้วยรอบขาที่สูงนั้นข้อดีคือ มันสามารถ สลายกรดแลคติกที่สะสมอยู่ในขาของเราได้เร็วขึ้น ซึ่งเจ้ากรดตัวนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ กล้ามเนื้อของเราเกิดความอ่อนล้า และเจ็บปวด แต่การที่จะปั่น จักรยาน ด้วยรอบขาที่สูงเป็นเวลานานๆ ได้นั้น นักกีฬาผู้นั้นต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และเข้มข้น และมีวินัยอย่างยาวนานซึ่งอาจจะใช้เวลานานหลายปี เพื่อที่จะให้ตัวนักกีฬาผู้นั้นสามารถรักษาระดับการปั่นด้วยรอบขาที่สูงเป็นเวลานานๆ ได้

การปั่นจักรยานด้วยรอบขาเท่าไหล่ถึงจะดีที่สุด
    ในความคิดของผมแล้ว การเปลี่ยนลักษณะเฉพาะตัวของสไตล์การขี่ จักรยาน หรือการเปลี่ยนระดับรอบขาในการปั่นนั้นทำได้ยาก และต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองนานมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับเช่นเราถนัดเขียนหนังสือมือขวา ต่อมา จะให้เราเขียนหนังสือด้วยมือซ้าย ก็คล้ายกันกับประเด็นนี้ครับ การปรับตัวเองเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการขี่ จักรยาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับรอบขาหรือ ลักษณะท่าทางการขี่นั้นข้อนข้างทำได้ยาก แต่กระนั้น ผมก็ได้พยายามที่จะปรับบางส่วนของผม เพื่อที่จะทำให้ผมปั่นด้วยรอบขาที่สูงขึ้น โดยมีความเชื่อที่ว่าการปั่นด้วยรอบขาที่สูงนั้นสามารถที่จะช่วยให้เราประหยัดพลังงานในการขี่ จักรยาน ในรายการแข่งขันต่างๆได้

    สรุปแล้วจนขณะนี้ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสไตล์ การปั่นจักรยานด้วยรอบขาที่สูงได้มากนัก โดยสามารถเปลี่ยนได้เล็กน้อยจากเดิม เราเคยปั่นด้วยรอบขา 70 รอบต่อนาที ดังนั้นเราอาจจะเพื่มขึ้นได้เป็น 0-5 รอบต่อนาที ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมของเราว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ใหน และในความคิดส่วนตัวของผม เห็นว่าการปั่น จักรยาน ด้วยรอบขาที่ สูงนั้น มักจะทำให้เรานั้นเหนื่อยเร็วขึ้น ผมว่าการปั่นด้วยรอบขาที่สูงนั้น เหมาะสำหรับ นักปั่นจักรยานประเภท ลู่ มากกว่าสำหรับ นักปั่นจักรยาน ประเภทถนน ผมคิดว่าควรใช้รอบขาแบบปานกลางจะดีกว่าการปั่นด้วยรอบขาที่สูง เพราะถ้าท่านสังเกตุนักปั่นจักรยานที่อยู่ในระดับโลก หลายคนจะปั่นด้วยรอบขาที่ไม่ค่อยสูงมาก สังเกตุจากการแข่งขันจักรยานรายการต่างๆ เช่น ทัวร์เดอะฟรองโดยนักปั่นสวนใหญ่จะใช้รอบขาปานกลาง คือ ประมาณ 75-85 รอบต่อนาที แต่อัตราทดเกียร์จะหนักพอสมควร ซึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักปั่นแต่ละคน

    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการปั่นด้วยรอบขาปานกลางจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งจะทำให้เรารักษา ระดับอัตราการเต้นของหัวใจ หรือค่า HR ได้ดีกว่าการปั่น จักรยาน ด้วยรอบขาที่สูงยิ่งรอบขาสูงจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงไปด้วย ฉะนั้น การปั่นด้วยรอบขาที่สูงขึ้นควรใช้ ในตอนที่เรารู้สึก ปวด หรือล้ากล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อจะรู้สึกผ่อนคลายและยังช่วยสลายกรดเลคติกที่อยู่ในกล้ามเนื้อให้สลายไปได้เร็วขึ้นอีกด้วย ขอบคุณครับ

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การแข่งขันจักรยานเสือหมอบ

การแข่งขันจักรยานเสือหมอบ

การแข่งขันจักรยานเสือหมอบ การแข่งขันนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ครับ การแข่งขันจักรยานประเภทถนน และ การแข่งขันจักรยานประเภทลู่

การแข่งขันจักรยานประเภทถนน
1. การแข่งขันจักรยานประเภทถนน นั้นสามารถแยกออกได้อีก 3 ประเภทย่อยๆ
1.1 การแข่งแบบวันเดียวจบ (single day race) จะเป็นการจัดการแข่งขันโดยจะจบการแข่งขันภายในวันเดียว แล้วเป็นอันจบรายการ ผู้ชนะก็รับรางวัลกลับบ้านไปเลยภายในวันเดียวกันนั้นเลยครับ การจัดการแข่งขันแบบนี้สามารถแยกออกได้อีก 4 ประเภทดังนี้ครับ
 1.1.1 ประเภท Criterium จะเป็นการแข่งขันจักรยานโดยใช้ระยะทางสั้นๆ โดยปรกติจะใช้ระยะทางไม่เกิน 5 ก.ม มักจะแข่งขันกันในเมืองโดยการขี่แขันกันไปรอบๆเมือง การแข่งประเภทนี้จะปล่อยนักแข่งจากจุดเริ่มต้นแบบเป็นกลุ่มหรือที่เราเรียกว่า "mass start"
  1.1.2 ประเภท Circuit race จะเป็นการแข่งขันจักรยานโดยใช้ระยะทางปานกลาง โดยปรกติจะใช้ระยะทางประมาน 5 - 10 ก.ม การแข่งประเภทนี้จะปล่อยนักแข่งจากจุดเริ่มต้นแบบเป็นกลุ่มหรือที่เราเรียกว่า "mass start"
 1.1.3 ประเภท Road race จะเป็นการแข่งขันโดยใช้ระยะทางค่อนข้างยาว โดยทั่วไปแล้วการแข่งขันจักรยานประเภทนี้จะมีระยะการแข่งทางการแข่งขันมากกว่า 60 ก.ม ขึ้นไป รูปแบบการแข่งขันนั้นสามารถแข่งแบบเป็นรอบๆ หรือจะจัดแบบจุดเริ่มต้นแล้วไปถึงเส้นชัยโดยใช้เส้นทางแบบทางไกลก็ได้ การแข่งจักรยานประเภทนี้จะปล่อยนักแข่งจากจุดเริ่มต้นแบบเป็นกลุ่มหรือที่เราเรียกว่า "mass start"
  1.1.4 ประเภท Time trial จะเป็นการแข่งขันโดยใช้ระยะทางปานกลาง โดยปรกติจะใช้ระยะทางประมาน 20 - 50 ก.ม การแข่งประเภทนี้จะปล่อยนักแข่งจากจุดเริ่มต้นแบบปล่อยที่ละ 1 คนหรือที่เราเรียกว่าแบบ "solo start" หลายคนคงคุ้นเคยกับการแข่งขันจักรยานแบบนี้เป็นอย่างดีครับ มันเป็นการแข่งขันเพื่อพิสูจความแข่งแกร่งของนักปั่นโดยแท้ครับ โดยส่วนตัวผมชอบมากครับ เพราะมันทดสอบความสามารถที่แท้จริงของเราจริงๆ ประเภทคอยดูด คอยจี้หมดสิทธิครับ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมากินแรง ถ้าไม่แน่ ไม่เหนียวจริง ยากที่จะคว้าชัยชนะมาครับ

1.2 การแข่งขันแบบสเตจ (Stage races) การแข่งขันจักรยานประเภทนี้หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วครับ ยกตัวอย่างเช่น Tour Of Thailand, Tour De France และ อีกหลายรายการครับ การแข่งขันแบบนี้ จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นหลาย Stages แล้วใครทำเวลารวมแล้วน้อยที่สุดก็จะชนะไปตามระเบียบครับ

1.3 การแข่งขันแบบอัลตร้ามาราธอน (Ultra marathon) จะเป็นการแข่งขันเพียง Stage เดียวแต่ระยะทางนั้นเรียวได้ว่า "โค ตะ ละ" ยาวครับเพราะระยะทางที่ใช้แข่งขันจักรยานประเภทนี้นั้นประมาน 3,000 ไมล์ ลองเอามาคูณด้วย 1.6 ก.ม แล้วได้เป็น 4,800 ก.ม คิดแล้วเพรียแทนนักแข่งเลยครับ รายการแข่งที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างคือ "Race Across America" รายการแข่งขันนี้จัดขึ้นโดย "The Ultra Marathon Cycling Association"

การแข่งขันจักรยานประเภทลู่
2. การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ การแข่งขันจักรยานประเภทนี้ส่วนมากจะแข่งขันกันใน เวลโลโดม (velodromes) แต่สมัยก่อนตอนที่ผมยังแข่งขันอยู่นั้น เขาจัดการแข่งขัน กันในสนามกีฬาที่ใช้ วิ่ง 100 เมตร นั่นแหละครับ พอเข้าโค้งแรงๆ ก็แหกโค้ง หรือล้มกันเป็นว่าเล่นครับ และ ยังสามารถแยก ได้ อีก สอง ประเภทหลักๆ ครับ แบบ สปริ้น (Sprint races) และ (Endurance races)

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

จักรยานสำหรับแข่งขัน

จักรยาน
Road Bike (จักรยานประเภทถนน)
    จักรยานประเภทถนน (Road bike) จักรยาน ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขี่บนถนน ทั่วไปที่เป็นทางค่อนข้างเรียบ เช่น ถนนลาดยางมะตอย หรือ ถนนคอนกรีต จักรยานประเภทนี้ โดยทั่วไปเรามักเรียกกันว่า "จักรยานเสือหมอบ" นั่นแหละครับ จักรยาน ประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถ ใช้ความเร็วได้สูงกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ สังเกตุว่าล้อจักรยานประเภทนี้จะมีหน้ายางขนาดเล็กมาก เพื่อลดแรงเสียดทานกับพื่นถนน และ รูปทรงของจักรยานประเภทนี้ ก็จะมีลักษณะ ลู่ลมเพื่อลดแรงเสียดทานกับอากาศ จักรยานประเภทนี้ส่วนมากจะใช้สำหรับการแข่งขันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจักรยานประเภทนี้สามารถ แบ่งลักษณะได้ตามประเภทของการแข่งขันดังนี้

จักรยาน ประเภทลู่
Time Trial Bike

จักรยานประเภท TT (Time Trial Bike) จักรยาน ประเภทนี้จะคล้ายๆกับจักรยาน ประเภทถนน แต่จะเน้นให้จักรยานมีความลู่ลม (Aerodynamic) มากกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ โดยอุปกรณ์ทุกอย่างต้องเน้นความลู่ลมไว้ก่อน ร่วมทั้งท่าทาง ของผู้ขี่ด้วยต้องทำลำตัว ให้ทำแนวขนานกับพื่นถนนเพื่อให้ลู่ลมมากที่สุดเลยละครับ




จักรยาน
Track Bike

จักรยานประเภท ลู่ (Track Bike) จักรยาน ประเภทนี้ ส่วนมากจะใช้แข่งขันใน ลู่ หรือ ในโดม (Velodromes)เป็นส่วนใหญ่ จักรยานประเภทนี้ จะไม่มีเกียร์ และ เบรค นะครับ ซึ่ง จักรยาน ประเภทนี้จะเบรคได้โดยการใช้การฝืนเท้าเอาครับ เพราะเฟืองหลังเป็นแบบ เฟืองตาย (Fixed Gear) คือไม่สามารถ ฟรีเท้าได้เวลาปั่น เวลาเบรคก็ต้องฝืนเท้าเอา เพราะว่าถ้ามีเบรค เวลาแข่งขันจะอันตรายมากครับ เพราะความเร็วในการแข่งขันจะสูงมากถ้าเกิดการเบรคกระทันหันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับ และ อีกอย่างถ้ามีเบรคนักแข่งสามารถแกล้งกันได้ครับ ในปัจจุบัน จะเห็นจักรยานประเภทนี้ขี่บนถนนมากขึ้นเพราะตอนนี้ วัยรุ่นขาโจ๋กำลัง ฮิตครับ วัยรุ่นเรียกจักรยานประเภทนี้ว่า ฟิกเกียร์ (Fixed Bike) เห็นว่ามีการตั้งเป็น ชมรม ด้วยครับ