การแข่งขัน จักรยาน รายการต่างๆ ที่น่าสนใจ

รวบรวมการแข่งจักรยาน รายการต่างๆ ที่น่าสนใจ ในส่วนนี้ ผมจะพยายาม หามาฝาก ให้ได้มากขึ้นครับ

จักรยานเสือภูเขา

สำหรับ ท่านที่เป็นแฟน จักรยานเสือภูเขา ทางผมจะพยายาม นำเรื่องราว เกี่ยวกับจักรยานประเภทนี้มานำเสนอให้มากขึ้น ครับ ที่ผ่านมา ผมคิดว่ามันยังน้อยอยู่ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยถนัด ทางเสือภูเขามากเท่าไหร่ครับต้องขออภัย ไว้ล่วงหน้าหากมีข้อมูลผิดพลาด ครับ

อะไหล่ จักรยาน และเทคโนโลยี ต่างๆ

ในปัจจุบัน มีการพัฒนาไปมากครับ จนเราๆ ท่านๆ แทบจะหาเงิน มาเปลี่ยน อะไหล่พวกนี้กันแทบไม่ทัน ใครที่มีทุนมากหน่อย ก็สบายหน่อยครับ ได้ใช้ของใหม่ ก่อนใครเพื่อน ส่วนใครทุนน้อย ก็คงต้องรอของมือสองกันละครับ

จักรยาน BMX

จักรยาน BMX เป็นจักรยานที่ได้รับความนิยม มาอย่างยาวนาน และการพัฒนาของจักรยานประเถทนี้ ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่า จักรยาน ประเภทอื่นเลยครับ

จักรยาน ไทม์ไทรอัล

จักรยาน ประเภท ไทม์ไทรอัล หรือที่ใครหลายคน เรียกว่าจรวจทางเรียบ นั่นแหละครับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

วิธีทานอาหาร สำหรับ นักปั่นจักรยาน

อาหารสำหรับนักปั่นจักรยาน

หลายคนคงต้องการทราบว่า นักปั่นจักรยาน เขามี วิธีการ รับประทานอาหารกันอย่างไร ซึ่งหลังจากที่ผมได้ไปหาข้อมูล จากอินเตอร์เน็ต ทั้งใน และต่างประเทศ ผมเลยได้อะไรดีๆ มากฝากเพื่อนๆ ชาว จักรยาน ในบทความนี้ครับ

9 วิธี การรับประทานอาหาร สำหรับนักปั่นจักรยาน

1. แนวคิดในการทานอาหาร สำหรับ นักปั่นจักรยาน
* อาหาร และเครื่องดื่ม ที่เรารับประทานเข้าไป ควรจะเป็นอาหารที่ทานหรือปรุงได้ง่าย และสามารถอยู่ท้องได้นาน

2. การดูแลความหลากหลาย และสมดุลของอาหาร
* จงคำนึงไว้เสมอว่า อาหารไม่ว่า ถูก หรือ แพงขอให้แค่มี คุณค่าต่อสุขภาพ ก็เพียงพอแล้วครับ ดังนั้น ควรเลือก รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ตามกำลังทรัพย์ ของแต่ละท่านครับ
* ความหลากหลาย ของสารอาหาร ที่เราได้รับในแต่ละวัน นั้นควรทานอาหารให้มีความหลากหลาย ไม่ใช่ว่า ทั้งวันกินแต่ก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียวทั้ง 3 มื้อเลย อย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ ควรกินอย่างอื่นบ้าง เช่นข้าวราดแกง หรือขนมจีน เป็นต้น เอาเป็นว่าให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ ในหนึ่งวันควรทานอาหาร หลายๆ ชนิด เพื่อที่ร่างกายของเรา จะได้รับสารอาหารใหม่ๆ บ้างครับ
* ควรทานอาหารให้มีความสมดุล ไม่รับสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป เช่น ในอาหารหนึ่งมื้อควรมีสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
* คำนึงถึง ความสมดุล ระหว่างปริมาณอาหารที่เราทานเข้าไป และพลังงานที่เราใช้ในแต่ละวัน ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เราออกไปปั่นจักรยาน ระยะทาง 100 กิโลเมตร ดังนั้นเราควรทานอาหารให้เยอะหน่อยในวันดังกล่าว แต่ถ้าหากเป็นบุคคลทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่นักกีฬา ในส่วนนี้ต้องทาน ให้เหมาะสมครับท่านอาจจะทานเยอะเหมือนพวก นักกีฬาไม่ได้ หรือผู้ที่เลิกเล่นกีฬาไปแล้ว ที่ผมรู้จัก สวนใหญ่มักจะอ้วนขึ้นครับ เหตุผลคือ เขาเหล่านั้น ทานอาหารเท่าเดิม เหมือนตอนที่ยังเป็นนักกีฬาอยู่ แต่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายครับเลยทำให้ มีรูปร่างที่อ้วนขึ้น ครับ

3. การรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย
นักปั่นจักรยานพกน้ำ เยอะจัง
* เป็นวิธีที่ไม่ยากเกินไปครับ หากท่านมีที่ชั่งน้ำหนัก อยู่ที่บ้าน คือก่อนออกไปปั่นจักรยาน คุณลองชังน้ำหนักดูครับว่าน้ำหนักของตัวเราเท่าไหร่ แล้วพอเราปั่นจักรยานเสร็จก็กลับมาชั่งอีกที่ครับ น้ำหนักของเรา ที่หายไปคือปริมาณ น้ำที่เราสูญเสียไประหว่างการออกกำลังกายครับ (ปล. คงมีส่วนน้อยครับที่ออกไปปั่นจักรยานกลับมาแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น ครับ) ^(^ แสดงว่าต้องพักทานขนมตามข้างทางแน่เลย ผมก็เคยครับแต่ไม่บ่อย ฮา ฮา!
* อัตราการสูญเสียน้ำ จากการออกกำลังกาย อย่างเข้มข้น ในสภาพอาการร้อนนั้นอยู่ที่ประมาณ 1 ลิตร / ชั่วโมง ครับ เพราะฉนั้นควรพกน้ำไปด้วยครับ
* ดังนั้น ระหว่างการฝึกซ้อม เราควรดื่มน้ำ อย่างสม่ำเสมอ คือพยามยามจิบน้ำตลอดครับ และทำให้ติดเป็นนิสัยยิ่งดีครับ อาจจะทุกๆ 5 - 10 นาทีครับ อย่าให้ตัวเองรู้สึก กระหายน้ำ ระหว่างการปั่นจักรยานครับ เพราะนั่น เป็นสัญญานบอกว่า ร่างกายของคุณ กำลังขาดน้ำ ซึ้งจะส่งผลไปถึง ประสิทธิภาพของการขี่จักรยานของคุณด้วยครับ และมันจะทำให้ คุณรู้สึกอ่อนล้า เร็วขึ้นกว่าปรกติด้วยครับ

4. ปริมาณความต้องการคาร์โบไฮเดรต ของนักกีฬา จักรยาน
* โดยทั่วไปแล้วความต้องการขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 5 กรัม CHO / น้ำหนักร่างกาย 1 กิโลกรัม / วัน และอาจจะถึง 10 กรัม / น้ำหนักร่างกาย 1 กิโลกรัม / วัน สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการฝึกซ้อมอย่างหนัก ยกตัวอย่างเช่น
-น้ำหนักร่างกาย 154 ปอนด์ ต้องการคาร์โบไฮเดรต 350 - 700 กรัม CHO / วัน (พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต 1400 - 2800 แคลอรี่)
-น้ำหนักร่างกาย 176 ปอนด์ ต้องการคาร์โบไฮเดรต 400 - 800 กรัม CHO / วัน (พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต 1600 - 3200 แคลอรี่)
(ปล. 1 กิโลกรัม เท่ากับ 2.204623 ปอนด์ ครับ)

5. ไขมันไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ
* โดยทั่วไปแล้ว ไขมัน มักจะถูกมองว่า เป็นสารอาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับบุคคลทั่วไป แต่สำหรับนักกีฬา จักรยาน แล้วมันเป็น แหล่งพลังงานสำรอง ชั้นเลิศเลยครับ ยิ่งถ้าเป็นกีฬาที่ใช้พลังงาน สูงและยาวนาน อย่างเช่นนักปั่นจักรยานทางไกล แล้วละก็ พลังงานจากไขมัน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า พลังงานจาก คาร์โบไฮเดรต เลยละครับ

6. เนื้อสัตว์ สำหรับนักกีฬา จักรยาน
* เนื้อสัตว์ไม่ติดมันเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก, สังกะสี, วิตามินบี และยังเป็นแหล่งของโปรตีนที่มีคุณภาพสูง
โดยทั่วไปแล้วนักกีฬาส่วนใหญ่อาจต้องการโปรตีนในปริมาณ 1.2 -1.5 กรัม / น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น
- นักกีฬาน้ำหนัก 154 ปอนด์ ต้องการโปรตีน 84 -105 กรัม / วัน (โดยได้รับพลังงานจากโปรตีน 336 - 420 แคลอรี่)
- นักกีฬาน้ำหนัก 176 ปอนด์ ต้องการโปรตีน 96 -120 กรัม / วัน (โดยได้รับพลังงานจากโปรตีน 384 - 480 แคลอรี่)
สำหรับนักกีฬาที่เป็นมังสวิรัติ ไม่ต้องกังวลเรื่อง แหล่งสารอาหารโปรตีนครับ เพราะท่านสามารถทานไข่ได้ ซึ่งในไข่ขาว จะมีปริมาณโปรตีน สูงถึง 80% ของน้ำหนัก โดยส่วนตัวผมแนะนำไข่ขาวครับ เพราะมันปราศจากไขมัน และโคเลสเตอรอล ครับหากคุณกังวลเรื่องไขมันก็ ทานไข่ขาวได้ครับ

7. อย่าฝากความหวังใว้กับอาหารเสริมมากเกินไป
* เช่นพวกบาร์เจล และเครื่องดื่มให้กำลังงานต่างๆ มันมีความสะดวกก็จริงครับ แต่ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการ ที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับ "อาหารจริง" ดังนั้น ควรทานอาหาร ที่มีประโยชน์ อย่างสม่ำเสมอ จะดีกว่าครับ

8. คำนวนเวลาการทานอาหารก่อนออกไปปั่นจักรยาน ให้ดีๆ ครับ
จุดให้อาหารในกีฬา จักรยาน
* ถ้าต้องการให้ท้องว่างก่อนไปขี่จักรยานควรรับประทานอาหารก่อน 1 - 4 ชั่วโมง ก่อนที่คุณเริ่มต้นการขี่จักรยาน ซึ่งเหมาะสำหรับการขี่ระยะสั้นๆ
* หากคุณจะปั่นจักรยานระทางไกลๆ หรือการแข่งขันจักรยานทางไกล ควรทานอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่นพวกคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณมากหน่อย อาจจะทานบริเวณจุดเริ่มการแข่งขันนั่นแหละครับ ค่อยๆ ทานไปเลื่อยๆ จนกว่าจะเริ่มการแข่งขัน
* ทานอาหาร หรือขนมในระหว่างฝึกซ้อม หรือการแข่งขันจักรยาน ในปริมาณ 50 กรัม / ชั่วโมง สำหรับการ ปั่นจักรยานระยะทาง 70 กิโลเมตร ขึ้นไป
* หลังจากการฝึกซ้อม หรือการแข่งขัน จักรยาน เมื่อพักจนหายเหนื่อยและอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ควรรับประทานอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรต เพื่อช่วยทดแทนไกลโคเจนที่ร่างกายได้ใช้ไประหว่างการฝึกซ้อม หรือแข่งขัน

9. สิ่งที่ควรจำ
* กินก่อนที่คุณจะรู้สึกหิว และ ดื่มน้ำก่อนที่คุณจะรู้สึกกระหายน้ำ
* อีกไกลแค่ไหนหนอ!! กว่าจะถึงร้านค้า หรือ 7 eleven (คุณจะต้องนึกถึงประโยคนี้ แน่ครับ!! หากคุณไม่ปฏิบัติตามข้อด้านบน)

ขอบคุณเพื่อนๆ ชาว จักรยาน ทุกคนครับ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตารางกำหนดการแข่งขันจักรยาน ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2555

การแข่งขันจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (คิงส์คัพ), การแข่งขันจักรยานเมาเท่นไบค์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และการแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2555
การแข่งขันจักรยาน ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2555

มกราคม 2555 รายละเอียด สถานที่จัดการแข่งขัน
วันที่ 8 การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 1 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
วันที่ 13 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 1 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
วันที่ 13 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 1/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
วันที่ 14 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 1 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
วันที่ 15 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 1 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
วันที่ 20 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสมประจำปี 2555 สนามที่ 2 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วันที่ 20 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 2/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วันที่ 21 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 2 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วันที่ 22 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 2 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วันที่ 29 การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี
กุมภาพันธ์ 2555

วันที่ 3 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสมประจำปี 2555 สนามที่ 3 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
วันที่ 3 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 3/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
วันที่ 4 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 3 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
วันที่ 5 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบ ค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 3 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
วันที่ 12 การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 3 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี
วันที่ 17 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสมประจำปี 2555 สนามที่ 4 อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
วันที่ 17 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 4/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
วันที่ 18 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 4 อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
วันที่ 19 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 4 อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
มีนาคม 2555

วันที่ 4 การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 4 จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ 9 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสมประจำปี 2555 สนามที่ 5 อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วันที่ 9 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 5/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วันที่ 10 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 5 อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วันที่ 11 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 5 อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วันที่ 3 - 13 กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 40 จังหวัดขอนแก่น
เมษายน 2555

วันที่ 1 - 6 การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ Princess Maha chakri Sirindhorn Cup Tour of Thailand 2012 เชียงใหม่, ลำปาง, อุตรดิตถ์, พะเยา, เชียงราย
วันที่ 8 - 10 การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “The Princess Maha Chakri Sirindhorn’s Cup Tour of Women Thailand 2012” จังหวัดเชียงราย
พฤษภาคม 2555

วันที่ 18 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (ไท ม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสมประจำปี 2555 สนามที่ 6 อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
วันที่ 18 ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 6/2555 โดยสมาคมจักรยานฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
วันที่ 19 การแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรส) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 6 อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
วันที่ 20 การแข่งขันจักรยานประเภทเมาเท่นไบค์ (ดาวน์ฮิล,ครอสคันทรี่) ชิงแชมป์ประเทศไทย เก็บคะแนนสะสม ประจำปี 2555 สนามที่ 6 อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
วันที่ 26 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27

จังหวัดภูเก็ต
มิถุนายน 2555

วันที่ 24 การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 5 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
กรกฎาคม 2555

วันที่ 14 - 15 การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิง แชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) สนามที่ 1 สนามเวลโลโดรม หัวหมาก กรุงเทพ
สิงหาคม 2555

วันที่ 11 - 12 การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิง แชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) สนามที่ 2 สนามเวลโลโดรม จังหวัดสุพรรณบุรี
กันยายน 2555

วันที่ 8 - 9 การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิง แชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) สนามที่ 3 สนามเวลโลโดรม หัวหมาก กรุงเทพ
ตุลาคม 2555

วันที่ 20 - 21 การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิง แชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) สนามที่ 4 สนามเวลโลโดรม จังหวัดนครราชสีมา
พฤศจิกายน 2555

วันที่ 10 - 11 การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิง แชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) สนามที่ 5 สนามเวลโลโดรม หัวหมาก กรุงเทพ

ตารางกำหนดการ อบรมผู้ตั้ดสิน กีฬาจักรยาน ขั้นพื้นฐาน ประจำปี 2555

วัน/เดือน/ปี รายละเอียด สถานที่จัดการอบรม
12 มกราคม 2555 การอบรมผูตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2555 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
19 มกราคม 2555 การอบรมผู้ตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 2/2555 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
2 กุมภาพันธ์ 2555 การอบรมผูตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 3/2555 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
16 กุมภาพันธ์ 2555 การอบรมผูตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 4/2555 อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
8 มีนาคม 2555 การอบรมผูตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 5/2555 อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
17 พฤษภาคม 2555 การอบรมผูตั้ดสินขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 6/2555 อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

บทความก่อนหน้านี้ : ปั่นจักรยานให้เร็ว และแรงขึ้นได้ ด้วยการพักผ่อน

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

ปั่นจักรยานให้เร็ว และแรงขึ้นได้ ด้วยการพักผ่อน

ฝึกซ้อมจักรยาน
ผมเริ่มเขียน ชื่อบทความ ขึ้นมาหลายคนอาจจะงง ครับว่าพักผ่อนแล้ว จะทำให้ขี่จักรยานได้เร็ว ขึ้นได้อย่างไร ในความหมายของผมคือ การที่เราทำการฝึกซ้อม จักรยาน เสร็จแล้ว เราควรจัดสรร เวลาสำหรับการพักผ่อนด้วยนะครับ ไม่ใช้ว่า 1 อาทิตย์ มี 7 วัน เราก็ซ้อมมันเข้าไปเลยทั้ง 7 วันอันนี้เป็นความคิดที่ผิดครับ เปรียบเทียบง่ายครับ คุณลองไม่นอน หรืออดนอน ซัก 2 วัน แล้วจะรู้สึกอย่างไร ร่างกายของเราก็เช่นเดียวกันครับ หากผ่านการทำงานมาอย่างหนักหน่วง ซึ่งมันเป็นธรรมชาติ ครับร่างกายก็ต้องการพักผ่อน เพื่อที่จะได้มีแรงทำงานในวันต่อไป บุคคลธรรมดา ทั่วไปที่ทำงาน ทั้งวัน พอเลิกงานมาแล้ว ก็กลับบ้าน มาพักผ่อน และมีวันหยุดเพื่อผ่อนคลาย หากเป็นนักกีฬา แล้วละก็มันจะมีอะไรมากกว่านั้นครับ

ผมขอกล่าวถึงประสบการณ์ สมัยที่ผมยังเป็นนักกีฬาจักรยาน สักเล็กน้อยนะครับ คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผม และเพื่อนร่วมทีมทำการแข่งขันเสร็จ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ คือเป็นการแข่งขัน กีฬาเขต 5 ซึ่งจังหวัดลำพูน เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน พอทำการแข่งขันเสร็จทุกรายการแล้ว ทางผู้จัดการทีม จึงให้เวลาพักผ่อน 1 เดือน คือใครจะไปทำอะไรก็ตามใจครับ แต่พอครบเดือน ก็ต้องกลับมารวมตัวฝึกซ้อมกันใหม่ หลายคนส่วนมาก จะกลับบ้านกันครับ (ลืมบอกไปครับทางทีมผมทำการเก็บตัวฝึกซ้อม จักรยาน กันอยู่ที่จังหวัดลำพูนครับ กินนอนอยู่ที่นั่นเลยครับ) ส่วนตัวผมก็กลับบ้านครับ เพราะเพื่อนๆ เรียกร้องครับ และ หลังจากที่ผมไม่ได้แตะต้องจักรยานเลย เป็นเวลา ประมาณ 20 วัน แต่พอมาจับจักรยานฝึกซ้อมอีกครั้ง ผมรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายของผม แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือความรู้สึกแบบว่ายิ่งขี่ยิ่งมันครับ ไม่รู้เรี่ยวแรงมันมาจากใหน ผิดกับช่วงที่ผมเก็บตัวฝึกซ้อม แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ ผมขออธิบายนิดหน่อย นะครับ คือช่วงที่เก็บตัวฝึกซ้อม ตารางการฝึกซ้อมค่อนข้าง จะหนักพอสมควรครับ 1 อาทิตย์ ซ้อม จักรยาน จันทร์ - เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ 1 วัน ผมเข้าใจว่าในตอนนั้น คนที่มีความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ การกีฬา ยังมีไม่มาก ส่วนมาก แบบแผน หรือตารางการฝึกซ้อมจะเป็นการบอกต่อ จากรุ่นพี่ สู่รุ่นน้องโดยใช้ประสบการณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้พัฒนาการในการปั่นจักรยานเป็นไปอย่าง ช้าๆ ต่างจากปัจจุบันนี้มากครับ

เมื่อคุณรู้สึกเบื่อหน่ายการขี่จักรยาน คุณควรจะพักบ้าง
ผมว่าอาการแบบนี้ นักปั่นจักรยานทุกคน คงเคยประสบมาแล้ว นักปั่นหน้าใหม่ๆ อาจจะยังไม่ค่อยเคยได้พบกับอาการนี้เท่าไหร่ เพราะว่ากำลังเห่อจักรยาน คันใหม่ แต่พอปั่นไปนานๆ แล้วอาการดังกล่าวก็จะมาเยือนคุณเองไม่ช้าก็เร็วครับ บางคนพอเจออาการ นี้แล้วถึงกับเลิกขี่จักรยานไปเลยครับ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอาการที่ สามารถสกัดดาวรุ่งได้เลยครับ เพราะเด็กที่มีพรสวรรค์ ในการปั่นจักรยาน บางคนพอเจอการซ้อมแบบเข้มข้นติดๆ กันโดยไม่มีการสันทนาการ หรือการพักผ่อนที่เพียงพอ และถูกวิธี จึงทำให้เด็กเหล่านี้รู้สึกเบื่อ การขี่จักรยาน, เบื่อการฝึกซ้อม และผลสุดท้ายก็เลิกปั่นจักรยาน ไปในที่สุด และหันไปทำอย่างอื่นที่ไม่ซ้ำซากจำแจ แทน

อาการดังกล่าวข้างต้นมักจะมีสาเหตุมาจาก
  • ฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นติดต่อกัน เป็นเวลานานๆ วิธีแก้ไข คือ จัดตารางการฝึกซ้อมใหม่ เช่นใน 1 สัปดาห์ ควรมีวันหยุดพัก 1 - 2 วัน แต่มันก็ขึ้นอยู่ว่า ใน สัปดาห์ ดังกล่าวคุณ ฝึกซ้อมเข้มข้นขนาดใหน หากเป็นสัปดาห์ ที่มีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ในสัปดาห์ดังกล่าวควรมีวันหยุดให้ร่างกายได้พักสัก 2 วัน
  • ฝึกซ้อมในเส้นทางเดิมๆ ทุกวัน วิธีแก้ไข คือ หาเส้นทางปั่น จักรยาน เส้นทางใหม่ๆ บ้างเพื่อลดความน่าเบื่อหน่ายลง เช่น ไปปั่น จักรยาน ฝึกตามเส้นทางที่มีเนินเขา บ้างไม่ใช่ว่าขี่แต่ทางเรียบอย่างเดียวมันอาจทำให้เราเบื่อได้
  • ออกไปซ้อมทีไรโดนเพื่อนๆ เฆี่ยน ตลอด หรือหลุด ออกจากกลุ่มทุกวัน พุดง่ายๆ คือออกไปปั่นทีไร ตามเขาไม่ทันสักที นั่นแหละครับ ปัญหานี้ส่วนใหญ่ จะเกิดกับนักปั่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ จักรยาน วิธีแก้ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ทางด้านจิตใจ เราไม่ควรไปคิดมากครับ เพราะปัญหานี้ผมก็เคยสัมผัสมาแล้ว สมัยที่ผมเริ่มปั่นใหม่ๆ ไม่ต้องห่วงครับ มันจะหายไปเองโดยใช้เวลาประมาน 2 - 3 เดือน จงอดทน และขยันซ้อม มีวินัยในตนเองไม่โกงตนเอง และฝึกซ้อมอย่างฉลาด ผมรับรองว่า อีกไม่นานคุณจะตามกลุ่มทัน และไล่บี้กับพวกรุ่นพี่ที่แรงๆ ได้แน่นอนครับ

การพักผ่อนสำหรับ นักปั่นจักรยาน
ซึ่งการพักผ่อนนั้นเราสามารถ จำแนกได้เป็นสองแบบครับ
  1. การพักผ่อนโดยการออกกำลังกายเบาๆ (Active rest) ยกตัวอย่างเช่น ออกไปปั่นจักรยาน เบาๆ ซัก 20 นาที, ว่ายน้ำ, เดินเล่นตามสวนสาธารณะ ผมขอเน้นหน่อยนะครับ ว่าออกกำลังเบาๆ โดยใช้เวลาไม่นาน ครับ
  2. การพักผ่อนโดยการหยุดออกกำลังกายไปเลยครับ (Passive rest) ยกตัวอย่าง เช่นนอนดูซีรี่เกาหรีอยู่กับบ้าน, หรือจะออกไปดูหนังกับแฟนก็ไม่ว่ากันครับ ซึ่งการพักแบบนี้เป็นการพักจริงๆ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู กลับสู่สภาพปรกติ อย่างรวดเร็ว ซึ่งการพักผ่อนแบบนี้เหมาะสำหรับ นักปั่น จักรยาน ที่เพิ่งฝึกซ้อมมาอย่างหนัก หรือเพิ่งเสร็จสิ้นจากการแข่งขันรายการต่างๆ ครับ

    บทความก่อนหน้านี้: สวัสดีปีใหม่ชาว จักรยาน ทุกคนครับ

    วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

    สวัสดีปีใหม่ชาว จักรยาน ทุกคนครับ

    ปีใหม่ 2555 นี้ ผมอาจจะกล่าวสวัสดี เพื่อนๆ ชาว จักรยาน ช้าไปนิดหนึ่งนะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ กลับมาคราวนี้ ผมเลยถือโอกาสเปลี่ยนหน้าตา ของบล็อกใหม่ เพื่อให้ดูสดใส และใช้งานง่ายขึ้นด้วยครับ ผมนั่งหน้าคอมเลือก ทีมของบล็อก อยู่นานเหมือนกันครับ กว่าจะได้รูปแบบนี้ก็ปวดตาอยู่เหมือนกัน เลยเลือกออกโทนสีเขียวให้ดู สบายตาขึ้นครับ เพิ่งแก้ไขอะไรต่างๆ เสร็จเมื่อสักครู่เองครับ พอทำเสร็จก็เลย โพสบทความสวัสดีปีใหม่ชาว จักรยาน เลยครับ บทความนี้ ก็ไม่ได้มีอะไร เป็นพิเศษมากครับ ผมเลยเอารูป จักรยาน สวยๆ ของปี 2012 มาให้ทุกท่านได้ดู เรียกน้ำย่อยกันก่อนครับ
    จักรยานเสือภูเขา 2012
    คันแรกนี้ก็เป็น จักรยานเสือภูเขาจากค่าย Cannondale ก็ถือว่าเป็น จักรยาน แฮนด์เมด ยี่ห้อดังเลยครับ หากใครต้องการเป็นเจ้าของ รุ่นนี้แล้วละก็ ต้องควัก กระเป๋านานหน่อยนะครับ แพงจริงๆ ราคาอยู่ราวๆ £2,499.00 ผมไม่รู้ว่าคิดเป็นเงินบ้านเรา แล้วตกอยูที่คันละ ประมาณ เท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยครับ

    จักรยานฟิกเกียร์ 2012

    จักรยานฟิกเกียร์ รุ่นใหม่ ปี 2012
    ส่วน จักรยานฟิกเกียร์ สองคันข้างบนนี้ ก็เป็นรุ่นใหม่ของค่าย เก่าแก่อย่าง Cinelli เรื่องคุณภาพไม่ต้องห่วงครับ ยี่ห้อนี้ เขาเชื่อถือได้จริงๆ ถ้าหากท่านใด ที่พอมีอายุหน่อย คงจำกันได้นะครับ ว่าเบาะ จักรยาน ยี่ห้อนี้ รุ่นเก่าๆ ที่เป็นพลาสติก ครับขนาดว่า ทำมาจากพลาสติก ยังนุ่มขนาดนั้น อีกทั้งยังทนทาน แบบว่าใช้จนลืม เลยละครับ

    จักรยานเสือหมอบ 2012
    ต่อมาเป็น จักรยานเสือหมอบ ของค่าย Cervelo รุ่น S5 ปี 2012 ครับ ผมเห็นว่าสวยดี และยังแถมความแพงมาด้วยครับ สนนราคาก็ประมาน 164,000 - 210,000 บาท แล้วแต่อะไหล่ที่เขาประกอบ กับจักรยานด้วยครับ ตัว สองแสนกว่า น่าจะเป็น กรุปเซ็ท ของ SRAM RED เลยละครับ

    จักรยานไทม์ไทรอัล ปี 2012
    เจอ จักรยาน ตัวนี้เข้าไป หากใครได้เป็นเจ้าของก็เหมือนหนุ่มๆ ได้ขับรถสปอร์ต ยังไงยังงั้น เลยครับ เพราะเท่จริง ตัวนี้เป็น จักรยาน ประเภท ไทม์ไทรอัล ของค่าย Cervelo รุ่น P4 ครับ ราคาจะอยู่ประมาน 139,000 บาท ไม่รู้ราคานี้รวมภาษี แล้วหรือยังนะครับ

    ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกคน ร่ำรวย และสุขภาพดี กันทุกท่านเลยนะครับ แล้วผมจะหาบทความ ใหม่ๆ มาอัพเดท ให้สม่ำเสมอครับ !!

    วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

    เทคนิคการปั่น จักรยาน ขึ้นเขา

    การฝึกซ้อมปั่น จักรยาน ขึ้นเขา

    สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว จักรยาน ทุกท่านครับ วันนี้ผมจะขอมาเล่าประสบการณ์ และเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ เทคนิคการปั่นจักรยานขึ้นเขา ไม่ว่าเพื่อนๆ จะปั่น จักรยาน ชนิดใดก็สามารถนำไปใช้ได้ครับ เพราะมันเป็น เทคนิค แบบพื้นฐานครับ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย แต่หากเพื่อนๆ ท่านใด ปั่นจักรยาน เสือภูเขา ก็อาจจะได้เปรียบหน่อยนะครับ เพราะมีระบบเกียร์ ให้เลือกใช้เยอะกว่าจักรยาน ประเภทอื่นๆ แต่หากท่านใดปั่น จักรยานฟิกเกียร์ ผมขอบอกว่า เหนื่อยครับงานนี้ แต่ถ้าหาก ภูเขา ที่เราต้องการ จะขึ้นนั้นไม่สูงชันมาก และระยะทางไม่ไกลมาก ก็ไม่เป็นปัญหาครับ

    ศึกษาเส้นทางก่อนออกไป ปั่นจักรยาน กันก่อนครับ

    ผมว่ามันเป็นการดีนะครับ หากเรารู้ว่า เส้นทางที่เราจะไปปั่นนั้น มีลักษณะภูมิประเทศ เป็นอย่างไร มีความสูงชัน มากน้อยแค่ใหน ระยะทาง ระหว่างเชิงเขาถึงจุดหมาย มีระยะทางเท่าไหร่ เพราะเราจะได้เตรียมตัวได้ถูกครับ เช่น เตรียมจักรยานให้พร้อม ที่สำคัญระบบเบรค ครับ อย่าได้ลืมเช็คเป็นอันขาดครับ หากผ้าใบเบรคของเรา สภาพมันไม่น่าไว้วางใจ หรือเก่าเอามากๆ ผมแนะนำว่า ควรเปลี่ยนใหม่ครับคู่ละไม่กี่ตัง เมื่อเทียบกับ ความปลอดภัยแล้ว ส่วนตัวผมว่ามันคุ้มมากครับ เพราะความปลอดภัยนั้น มันหมายถึง ชีวิตของเราเอง และผู้ร่วมเดินทางกับเราด้วยครับ ลองนึกดูครับ หากเราเกิดอุบัติเหตุแล้วเพื่อนที่ปั่น จักรยาน ตามเรามาเขาหลบไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่อยากนึกเลย เพราะเหตุการณ์นี้เคยเกิดกับผมมาแล้วครับ สมัยที่ผมยังเป็นนักกีฬาปั่น จักรยาน อยู่ สรุปแล้วก็ เจ็บด้วยกันทั้งคู่ครับ เพราะเพื่อนผมเขามือใหม่จริงๆ ครับ คือผม เป็นคนชักชวน เพื่อนคนนี้มาเข้าวงการ จักรยาน เองครับ แต่ผมก็ไม่ได้โกรธหรือ ต่อว่าเขานะครับ เพราะผมคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ใครก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นครับ

    ประเมินความสามารถของตัวเองว่า เพียงพอหรือไม่

    อันนี้สามารถใช้ได้ทั้งก่อนออกไปปั่น จักรยาน และขณะที่เรากำลังปั่นอยู่ครับ ยกตัวอย่างเช่น เราไม่เคยปั่นจักรยานขึ้นเขา หรือปั่นระยะทางไกลๆ เลย แต่มีเพื่อนมาชวนไปปั่นจักรยานขึ้นดอยอินทนนท์ อย่างนี้เราสามารถปฏิเสธได้ครับ ไม่ต้องอายครับ บอกเขาไปเลยว่าเราไม่พร้อม (เปรียบเทียบซะเห็นภาพเลยใหมครับ!!) หรืออาจจะบอกไปว่า "ไว้คราวหน้าละกันนะเพื่อนเกลอ ให้เราฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อน แล้วเจอกัน!!" อะไรประมาณนี้ ก็ได้นะครับ อย่าเผลอเคลิ้มไปกับเขาหละ เหนื่อยแน่ๆ ครับแถมจะไม่สบายเอาด้วยนะครับ อันนี้อันตรายครับ

    ต่อมานะครับ หากเรามีความพร้อม และตอบรับการออกทริปครั้งนี้แล้ว ตอนนี้ก็มาถึงตอนที่เรากำลังปั่นจักรยานขึ้นเขา ละครับ
    • ปั่นในเกียร์ที่เหมาะสม และใช้เกียร์ให้เป็นครับ คือ ใช้อัตราทดที่เราปั่น จักรยาน แล้วเรารู้สึกสบายที่สุด อันนี้ผมก็บอกแบบ ตรงตัวไม่ได้ครับ เพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของ แต่ละคนนั้น ไม่เท่ากัน แต่สำหรับตัวผมเองนะครับ ผมจะใช้จานหน้าเล็ก และเฟืองหลังประมาน 17 - 21 ครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชันของ ภูเขา หรือเนินที่เราขึ้นด้วยครับ
    • ท่าทางในการปั่น จักรยาน ขึ้นเขา อันนี้ผมว่ามันเป็นสไตล์ การปั่นของแต่ละคน นะครับว่าถนัดแบบใหนที่สุด โดยส่วนตัวแล้วผมชอบแบบนั่งปั่น (หรือภาษาในหมู่นักปั่นเขาจะเรียกการขึ้นเขาแบบนี้ว่า "นั่งกด" ครับ) ครับสูตรของผม คือ กด, ดึง, ดัน อธิบายง่ายครับ กด คือ เช่นเท้าซ้ายกดบรรได เท้าขวาก็ดึงบรรไดขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบลุกขึ้นโยกครับ เพราะว่าในความคิดของผมคิดว่า มันจะเสียแรงเยอะครับ ผมจะลุกขึ้นโยกก็ต่อเมื่อ ผมเมื่อยล้า และต้องการผ่อนคลาย หรือ ตอนที่ไกล้จะ สปรินเข้าเส้นชัย เท่านั้นครับ
    • การหายใจเราต้องฝึกหายใจให้ถูกต้องครับ ควรหายใจให้ลึกๆ ยาวๆ ครับจะช่วยได้เยอะครับ ผมเห็นจุดนี้เป็นจุดสำคัญมากครับ ไม่ว่าเราจะปั่น จักรยาน ทางเรียบ หรือขึ้นเขา การหายใจที่ถูกต้อง นั้นมีสำคัญมากครับ เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับ ออกซิเจน อย่างเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลทำให้ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้เราไม่เมื่อยล้า เร็วจนเกินไป ลองฝึกหายใจยาวๆ ลึกๆ ให้เป็นนิสัยดูครับ ผมรับรองว่า ท่านจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นครับ

    ตอนนี้เรามาทราบถึง วิธีสำหรับการฝึกซ้อมปั่นจักรยานขึ้นเขากันบ้างครับ
    • ในกรณีที่ แถวบ้านท่านไม่มีภูเขา ให้ขึ้นครับ เราก็สามารถฝึกได้ตามท้องถนน ทางเรียบนี่แหละครับ โดยการปรับจานหน้า ไปใช้จานใหญ่ และใช้เฟืองหลังอันเล็กสุดครับ คือฝึกโดยการปั่นแบบเต็มที่ประมาน 1 - 2 นาที แล้วพัก ให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว 3 - 5 นาที ทำแบบนี้ ซ้ำกัน 4 - 6 เซ็ทครับ โดยใช้อัตราทดเฟือง ดังที่กล่าวมาข้างต้นครับ ใน 1 อาทิตย์ ฝึกแบบนี้แค่ 2 ครั้งก็พอครับ
    • สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาใกล้ ภูเขา หรือแถวบ้านของท่าน มีภูเขาเยอะนั่นเองครับ สำหรับคนที่มีบ้านใกล้ภูเขาแล้ว ผมว่ามีความได้เปรียบครับ เพราะได้ฝึกขี่ จักรยาน แบบขึ้นเขาจริงๆ เพราะความรู้สึก และเหตุการณ์จริง นี้เองจึงทำให้มีการพานักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อม ตามสถานที่แข่งขันจริงก่อนการแข่งขัน จะเกิดขึ้น ซึ้งผมคิดว่ามันมีประโยชน์มาก และสร้างความได้เปรียบ ขึ้นอีกระดับหนึ่งครับ เพราะการที่เราได้ฝึกซ้อมจักรยานในสถานที่จริง จะทำให้เราได้รู้ถึงจุดต่างๆ ของภูมิประเทศ และสร้างความคุ้นเคยกับมัน ไม่น่าแปลกใจเลยนะครับ หากการแข่งขัน จักรยาน ทางไกลที่มีทางขึ้นเขาเยอะๆ ส่วนมากเจ้าถิ่นจะได้เปรียบครับ ส่วนการฝึกซ้อมนั้น ก็ฝึกปั่นขึ้นเขา แค่ อาทิตย์ละ 2 ครั้งก็พอครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องฝึกแค่อาทิตย์ละสองครั้ง ฝึกทุกวันไม่ได้หรือ คำตอบคือ ได้ครับ!! หากท่านต้องการเป็นเทพแห่งการขึ้นเขา อย่างเดียวโดยไม่ต้องการที่แข่งขัน จักรยาน ประเภททางเรียบ และจักรยานประเภทอื่นๆ เลย และอีกอย่างครับ ถ้าหากคิดว่าท่านไม่เบื่อเลยกับ การฝึกแบบขึ้นเขาทุกวัน อันนี้ก็ไม่มีใครสามารถ ห้ามท่านเทพได้ครับ (เอ!! วันนี้ออกแนวโหดไปหน่อยครับ!!)

    สุดท้ายนี้ผมขอฝากคำขวัญ เล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ชาวจักรยาน ทุกคนครับ

    คือคำว่า "อีกนิดซิ" ส่วนมากผมจะใช้ตอนที่เหนื่อยมากๆ ครับ หรือตอนกำลังฝึกซ้อมหนักๆ หากเราเหนื่อยสุดๆ แล้วหรือ ไม่ใหวแล้ว นึกในใจเสมอว่า "อีกนิดซิ" คือ หมายความว่าให้เราอดทน "อีกนิดซิ" ตรงนี้ละครับ คือพัฒนาการที่ดีขึ้น ที่ท่านจะได้รับจาก การฝึกซ้อมจักรยานในแต่ละวัน ครับ นี่เป็นคำขวัญของ ผู้ฝึกซ้อมจักรยานให้แก่ผม คนแรกเลยนะครับ ผมเรียกท่านว่า อาจารย์เลยครับ แล้ววันหลังผมจะมาเล่าเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับการฝึกซ้อม จักรยาน กับอาจารย์คนแรก ของผมให้ฟังนะครับ อย่าลืมติดตามนะครับ มีอะไรดีๆ มากมายเลยครับ ขอบคุณครับ !!

    วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

    จักรยานฟิกเกียร์ แข่งขันกันในกลุ่มเพื่อน

    จักรยานฟิกเกียร์ แข่งขัน

        บทความนี้ ผมได้เขียนขึ้นมา เนื่องจาก ผมเข้าไปหาดูวีดีโอใน Youtube แล้วพอดีไปเจอ คลิปนี้ครับ มันเป็น การจัดการแข่งขัน จักรยานฟิกเกียร์ ของคนกลุ่มหนึ่ง ผมคิดว่าน่าจะเป็นการแข่งขันจักรยานแบบไม่เป็นทางการอะไร ในความคิดของผมนะครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนๆ หรือ เป็น club ของคนที่ขี่จักรยานฟิกเกียร์ ด้วยกัน หลังจากที่ผมได้ดูจนจบแล้ว เลยอยากจะเอามาแบ่งให้ เพื่อนๆ พี่ๆ ได้ดูกันบ้างครับ ผมคิดว่าคนที่เขา จัดการแข่งขัน นี้ขึ้นมา จุดประสงค์ น่าจะเป็นการรวมกลุ่มเพื่อนๆ ที่ขี่ จักรยานฟิกเกียร์ ด้วยกันเพื่อที่พวกเขาจะได้มาพบปะกัน และทำความรู้จักกันมากขึ้น มากกว่าเหตุผลทางธุรกิจ หรือหา ผลประโยชน์ ทางธุรกิจ เราลองมาดูกันครับว่าเขา แข่งขัน กันยังไง ครับ




        ช่วงระหว่างการแข่งขัน ผมว่าผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขัน คงมาเพื่อ ร่วมสนุก กันมากกว่า มาเพื่อแข่งขันกันเพื่อ ชัยชนะ ผมไม่ทราบว่าบ้านเรามี กลุ่มที่ขี่ จักรยานฟิกเกียร์ กลุ่มใหญ่ๆ บ้างหรือ เปล่า แต่ผมเคยเห็นมีเว็ปไซด์ ของกลุ่มที่ขี่จักรยานประเภทนี้ ด้วยครับ ผมว่ากลุ่มนี้น่าจะอยู่แถว ก.ม 8 ผมว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่ขี่ จักรยานฟิกเกียร์ กลุ่มใหญ่พอสมควรเลยครับ ย้อนกลับมาเรื่อง การจัดการแข่งขันจักรยานประเภทนี้กันบ้างครับ ผมว่าบ้านเรา น่าจะทำได้ นะครับ แต่ใครจะเป็นคนเริ่มก่อนละครับ!? เป็นคำถามที่น่าคิดนะครับ

        ผมว่าจุดเริ่มต้นน่าจะ เริ่มจากการรวมกลุ่ม ของเพื่อนๆ ที่ขี่ จักรยานฟิกเกียร์ ด้วยกัน อาจจะนัดเจอกันในวันหยุด แล้วพากันขี่เที่ยวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง อาจจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ในท้องถิ่นของเรา อย่างผมอยู่ เชียงใหม่ ผมอาจจะพากลุ่มเพื่อนปั่นจักรยานเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ออกแนว ธรรมชาติ หน่อยๆ เพราะภาคเหนือ ส่วนใหญ่ ธรรมชาติ จะสวยงาม เช่น น้ำตก ต่างๆ หรืออาจจะ รวมกลุ่ม กันตอนเย็นๆ แล้วปั่นจักรยานเที่ยวตาม สวนสาธารณะ ต่างๆ หรืออาจร่วมกลุ่มกันเพื่อ เอารถสวยๆ มาแบ่งกันชม ผมว่า จักรยานฟิกเกียร์ แต่งสวยๆ บ้านเราก็มีเยอะไม่แพ้ ฟรั่งเหมือนกันนะครับ

    บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: คาเดล อีแวนส์ คว้าแชมป์การแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์เดอฟรองซ์ ปี 2011

    วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

    คาเดล อีแวนส์ คว้าแชมป์การแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์เดอฟรองซ์ ปี 2011

    คาเดล อีแวนส์ แชมป์การแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์เดอฟรองซ์ ปี 2011

    ในที่สุด คาเดล อีแวนส์ จากทีม บีเอ็มซี อายุ 34 ปีก็ทำได้สำเร็จ หลังจากที่พลาดการเป็นแชมป์ มาหลายปี โดยในปี 2011 เขากลายเป็นนักปั่น จักรยาน ชาวออสเตรเลียคนแรกที่สามารถชนะ การแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟรองซ์ (Tour de France) โดยในการแข่งขันครั้งนี้เขาทำเวลาได้ 86 ชั่วโมง 12 นาที 22 วินาที และผู้ที่ได้อันดับ 2 คือ แอนดี้ Schleck จาก ลักเซมเบิร์ก โดยเขาทำเวลาได้ช้ากว่า อีแวนส์ 1 นาที 34 วินาที และผู้ที่ได้อับดับ 3 คือ แฟรงก์ Schleck ซึ่งเขาเป็นพี่ชายของ แอนดี้ Schleck

    คาเดล อีแวนส์ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ สเตจ 18
    โดยในการแข่งขันครั้งนี้ คาเดล อีแวนส์ ไม่ได้เป็นตัวเต็ง แต่อย่างใด ซึ่งเขาสามารถ ทำเวลาได้ดีในช่วงท้ายๆ ของรายการแข่งขัน ซึ่ง การแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟรองซ์ (Tour de France) ปี 2011 นี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 98 แล้ว ซึ่งในปีนี้การแข่งขันได้เริ่มขึ้น ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2011 โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมือง Passage du Gois และสิ้นสุดลงที่เมืองหลวงของ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ปี 2011 สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลอื่นๆ เจ้าแห่งภูเขาคือ ซามูเอล ซานเชส ชาวสเปน จากทีม Euskaltel - Euskadi และสุดยอดตัวสปริ้น ก็เป็นใครไปไม่ได้นั่นคือ จรวดทางเรียบ "มาร์ค คาเวนดิช" ชาวอังกฤษ จากทีม HTC ซึ่งถ้าเป็นทางเรียบ หรือสปริ้นหน้าเส้นชัย แล้วกินเขายากครับ เพราะฝีเท้าจัดเหลือเกิน

    ต่อไปเรามากล่าวถึง ประวัติของผู้ซึ่งได้แชมป์ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ในปีนี้ 2011 นี้กันบ้างครับ

    คาเดล อีแวนส์ เขาเกิดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 1977 เป็นนักปั่นจักรยาน อาชีพชาว ออสเตรเลีย สังกัดทีม "UCI ProTeam BMC" ในวัยเด็กเมื่ออายุได้ 7 ขวบ คาเดล อีแวนส์ เคยได้รับอุบัติเหตุจากการขี่ม้า และเขาต้องอยู่ในโรงพยาบาลด้วยอาการ โคม่าเป็นเวลานานถึง 7 วัน และต่อมาในปี 1986 พ่อและแม่ของเขาก็ได้ตัดสินใจแยกทางกัน ซึ่งเขาก็ได้ย้ายไปอยู่กับแม่ของเขาที่เมือง Armidale, รัฐ New South Wales โดยในช่วงวัยรุ่นเขาชอบเล่นกีฬา สเก็ตบอร์ด คาเดล อีแวนส์ ศึกษาที่โรงเรียนสาธารณะ (หรือ บ้านเราน่าจะเรียกว่าโรงเรียนของรัฐบาล) ใน Inverell, Eltham และโรงเรียนมัธยมปลายใน เมลเบิร์น

    คาเดล อีแวนส์ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ สเตจ 20
    คาเดล อีแวนส์ เริ่มต้นอาชีพการเป็น นักปั่นจักรยาน โดยเริ่มจากการแข่งขัน จักรยานเสือภูเขา (MTB) สังกัดทีมชาติ Australian Institute of Sport ภายใต้การควบคุมทีมของหัวหน้าโค้ช Heiko Salzwedel และ MTB โค้ช Damien Grundy ซึ่งผลงานของเขา คือได้รับรางวัลเหรียญเงินในปี 1997 และ 1999 และได้อับดับที่ 23 ในรายการแข่งขัน จักรยาน ชิงแชมป์โลก และเหรียญบรอนซ์ รายการชิงแชมป์โลกประเภทถนน ในปี 1995 รายการแข่งขันชิงแชมป์โลก Time Trial จูเนียร์ และการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลก จูเนียร์ ประเภทจักรยานเสือภูเขา ก่อนที่จะหันไปขี่จักรยานประเภทถนนในปี 2001 อีแวนส์เป็น นักปั่นจักรยานเสือภูเขา สังกัดทีม Diamondback MTB ซึ่งบริษัท วอลโว่ เป็นเจ้าของทีม

    ในช่วงฤดูร้อนของปี 2000 หลังจากปรึกษาหารือกับ Michele Ferrari ภายใต้การจัดการของ Tony Rominger คาเดล อีแวนส์ ตัดสินใจเปลี่ยนไปขี่ จักรยานประเภทถนน โดยได้เข้าสังกัดทีม Saeco (2001), Mapei (2002) และทีม Telekom (2003-2004) จากฤดูกาล 2005 เขาได้เข้าร่วมทีม ล็อตโต้ และได้อันดับที่ 8 ในรายการแข่งขันจักรยาน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ เป็นครั้งแรกของเขาในฝรั่งเศส และเป็นนักปั่นจักรยาน คนแรกของประเทศออสเตรเลีย ที่ติดอับ 1 ใน 10 จากการแข่งขันรายการนี้ นับตั้งแต่ ฟิลเดอร์สัน เคยทำได้

    ความสำเร็จใน การแข่งขันจักรยานรายการอื่นๆ ในช่วงระหว่างปี 2001 และ 2004 คือรายการทัวร์ของออสเตรียเขาได้อันดับที่ 14 ในปี 2002 รายการ Giro d'Italia เขาได้เป็นแชมป์ประเภท Time Trial ในปี 2002, ปี 2007 คาเดล อีแวนส์ เป็นนักปั่นจักรยาน คนแรกของออสเตรเลียที่ชนะรายการ UCI ProTour ซึ่งทำให้เขาได้กลายเป็นนักปั่นจักรยานคนแรกของ ออสเตรเลีย ที่ชนะ รายการนี้ เมื่อวันที่ 27 กันยายน ปี 2009 จากการแข่งขันจักรยาน ประเภทถนนชิงแชมป์โลก ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Mendrisio ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

    ชีวิตสมรส คาเดล อีแวนส์ ได้สมรสกับ Chiara Passerini, นักเปียโน และครูสอนดนตรี ชาวอิตาเลียน เขาได้รู้จักกันในปี 2002 และได้สมรสกันในปี 2005 คาเดล อีแวนส์ ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขา ในออสเตรเลีย เมืองไกล้ริมทะเลของห่างจาก Barwon Heads, วิกตอเรีย, ประมาณ 100 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมลเบิร์น และยังคงทำการฝึกซ้อม จักรยาน อย่างมีวินัย เพราะเขารักในอาชีพการเป็นนักปั่นจักรยานของเขามาก


    บทความที่น่าสนใจอื่นๆ : เคล็ดลับสำหรับการปั่น จักรยาน ทางไกลระยะทาง 100 กิโลเมตรขึ้นไป