วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิธีเลือกซื้อจักรยานทัวร์ริ่ง

จักรยานทัวร์ริ่งหากจะเลือกซื้อต้องถามตัวเองก่อนว่า เราจะนำไปใช้ในรูปแบบใด หากเราจะนำไปใช้ในการขี่ท่องเที่ยวจริงๆ เช่นใช้เดินทางท่องเที่ยวเหมือนฟรั่งที่เขาปั่นจักรยานกันแบบข้ามประเทศ หรือหากเป็นเราๆ ท่านๆ อาจจะแค่เดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ระยะทางอาจจะไม่ไกลมากอาจจะแค่ขี่ข้ามอำเภอ หรือข้ามจังหวัดไปหาที่ตั้งแคมป์เพื่อสัมผัสธรรมชาติอะไรทำนองนี้

จักรยานทัวร์ริ่งแท้

สิ่งที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อจักรยานทัวร์ริ่งมีดังนี้ครับ

    ขี่จักรยานทัวร์ริ่งเที่ยว
    ตะเกียบจักรยานท่องเที่ยว
  1. งบประมาณในการเลือกซื้อจักรยาน ซึ่งมันเป็นตัวกำหนดเลยครับว่าเราจะได้รถตามแบบที่เราต้องการหรือเปล่า เช่น ถ้าเราต้องการจักรยานทัวร์ริ่ง ยี่ห้อดังๆ อะไหล่ระดับ Shimano Dura Ace แต่เรามีงบ 20,000 บาท อันนี้คงเป็นไปไม่ได้แน่นอนครับ แต่เดี๋ยวก่อน!! ใช่ว่าหากคุณมีงบประมาณตามนี้แล้วคุณจะหารถดีๆ มาขี่ไม่ได้นะครับ รถดีๆ แต่ราคาไม่แพงก็มีครับอยู่ที่เราจะเลือกเป็นหรือเปล่าครับ

  2. จักรยานประเภทนี้ต้องขี่สบายไม่ปวดเมื่อยง่ายๆ เพราะเราต้องใช้เวลาอยู่บน จักรยานนานมากๆ ครับ ไม่มีจักรยานคันไหน ที่จะมี Size พอดีกับเราเปะหลอกครับ คือเราต้องปรับตัวเข้ากับจักรยานให้ได้ครับ แต่จักรยานที่ดี ควรทำให้ผู้ขี่มีการปรับตัวให้เข้ากับจักรยานน้อยที่สุดครับ เช่น ปรับแฮนด์, ปรับ Stem หรือ อาจจะปรับเบาะนั่งแค่นิดหน่อย ก็ขี่สบายแล้วครับ

  3. จักรยานทัวร์ริ่งยี่ห้อ bruc gordon
    จักรยานประเภทนี้ต้องเป็นจักรยานที่ทำให้เราเสียพลังงานน้อยที่สุดใน การกดบรรไดจักรยานแต่ละครั้ง เพราะเราต้องขี่มันเป็นระยะทางไกลๆ หลายร้อยกิโลเมตรดังนั้นจักรยานประเภทนี้ต้องมีความลื่นไหล ของอุปกรณ์ต่างๆ เช่นดุมล้อ, โซ่ และกระโหลกจานเป็นต้น แต่ไม่จำเป็นต้องหาอะไหล่ที่ราคาแพงมากๆ มาใส่ก็ได้ครับอะไหล่ราคาปานกลางก็ไหลลื่นได้ครับหากเลือกซื้อเป็น ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ เมื่อก่อนผมประกอบจักรยานเสือหมอบคันแรกของผม กระโหลกจักรยานผมต้องเรียงเม็ดลูกปืนเอง แต่ยอมรับเลยครับว่ามันลื่นมากๆ ผมว่ามันลื่นกว่าแบบแบริ่งอีกนะครับแถมทน และบำรุงรักษาง่ายกว่าอีกด้วย ดุมล้อก็เช่นกันครับ อีกประการหนึ่งหากต้องการความสบายในการจับแฮนด์ก็ควรหาที่รองผ้าพันแฮนด์มารองก่อนพัน ผ้าพันแฮนด์ สรุปคือ เอาแบบเราขี่แล้วสบายที่สุดครับ

  4. ในส่วนของเฟรมจักรยานทัวร์ริ่ง โดยส่วนตัวแล้วผมชอบแบบโครโมลี่ (ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างเหล็กและโมลิบดีนั่ม) ครับเพราะขี่ได้นุ่มนวลกว่า แต่มันจะออกตัวช้าบ้างก็ไม่เป็นไรครับ แต่เมื่อทำความเร็วได้คงที่แล้ว ผู้ขี่จะออกแรงในการปั่นน้อยกว่า เฟรมแบบอลูมิเนียมครับ ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของเรา คือปั่นระยะทางไกลๆ แต่ใช้แรงอย่างประหยัดครับ แต่ข้อเสียของเฟรมแบบโครโมลี่ก็มีนะครับ เช่นดูแลยากเพราะมันขึ้นสนิมได้ครับ และอีกอย่างครับ เวลาขึ้นเนินเขาเราต้องออกแรงเยอะกว่าเฟรมแบบอลูมิเนียมครับ แต่โดยรวมในความคิดของผมก็ยังชอบเฟรมแบบโครโมลี่ มากกว่าอลูมิเนียมครับ แต่ยังไงแล้วก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะซื้อด้วยครับ ว่าชอบแบบไหน ชอบขี่ทางเรียบเยอะๆ ก็โครโมลี่ แต่หากชอบทางที่เป็นเนินเขาเยอะๆ ก็เลือกอลูมิเนียมครับ

  5. ในส่วนของแร็คและบังโคลน ผมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับจักรยานทัวร์ริ่งครับ เจ้าแร็คนี้จะช่วยให้เราบรรทุกของที่จำเป็นในการเดินทาง และอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ ในการดำรงชีวิต เช่นถุงนอน หรือเต้น ส่วนบังโคลนประโยชน์ของมันคือเวลาเราปั่นไปเจอทางเปียก หรือฝนตกมันจะกันสิ่งสกปรกดีดขึ้นมาใส่เสื้อผ้าเราได้ และยังทำให้รถของเราไม่สกปรกมากเวลาเจอทางที่เป็นโคลนเยอะๆ ครับ
    แร็คหลังจักรยานทัวร์ริ่ง

    กันโคลนจักรยาน

  6. แฮนด์จักรยานทัวร์ริ่ง ที่ผมเห็นส่วนใหญ่จะมีสองแบบ คือแบบตรงคล้ายๆ ของจักรยานเสือภูเขา และแบบ Drop ก็แบบเสือหมอบครับ หากคุณจะใช้เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ ผมแนะนำ แบบ Drop ครับเพราะเราสามารถเปลี่ยนการจับแฮนด์ได้หลายแบบ เช่น จับบน, จับล่าง, จับข้าง หรือ จะจับตรงส่วนเบรค มันจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดีครับ
    Stem สำหรับจักรยานทัวร์ริ่ง

  7. ทางด้านล้อจักรยานประเภทนี้ที่นิยนกันก็จะมี 2 Size ครับคือ ขนาด 26 นิ้ว และ ขนาด 700c ซึ่งขนาด 26 นิ้วเวลาเราขี่จะมีความนิ่ง และไม่วอกแวก เพราะวงล้อมันเล็กกว่าขนาด 700c ครับ

  8. เฟืองหลังจักรยาน
    ในส่วนของ ระบบเกียร์จักรยาน ในปัจจุบันจำนวนเกียร์ในรถจักรยานจะเยอะมากครับ จากเมื่อก่อนตอนผมปั่นจักรยานใหม่ๆ รถผมมีแค่ 12 Speed เองครับ คือจานหน้า 2 ใบ เฟืองหลังแค่ 6 ใบ เรื่องความทนทานไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะโซ่จักรยานเสือหมอบตอนนั้น ใหญ่พอๆ กับโซ่จักรยาน BMX  เลยละครับ ปัญหาโซ่ขาดหรือหมดสภาพเร็ว แทบจะไม่เจอเลยครับ แต่ในปัจจุบัน เฟืองหลังของผมใช้อยู่ 10 ใบผมยังใช้ไม่ครบเลยครับ รุ่นใหม่ๆ ยังจะออกมา 11 ใบอีก ผมบอกเลยครับ ไม่ได้กินเงินผมหลอกครับ ผมว่ามันไร้สาระครับ อีกทั้งความทนทานก็แย่ ปรับแต่งเกียร์ก็ยาก ผมว่าปัญหามันมากกว่าประโยชน์ครับ ในความคิดของผมไม่คุ้มครับหากใครที่หลวมตัวซื้อมาใช้แล้วจะรู้ครับ ในความคิดของผมนะครับ เฟืองหลัง 7 ใบกำลังดีครับ เพราะขนาดโซ่ที่ใช้จะไม่เล็กมากครับ ซึ่งมันจะทนทานกว่าหากเรานำมาใส่กับจักรยานประเภททัวร์ริ่ง

จักรยานทัวร์ริ่ง ของ TREK
ซึ่งจากการที่ผมได้ไปหาข้อมูลทางด้านราคาของจักรยานประเภทนี้มาแล้วนั้น ส่วนใหญ่ร้านจำหน่ายจักรยานในบ้านเราจะไม่ค่อยสต็อคสินค้าใว้ครับ อาจจะด้วยเหตุที่ว่าจักรยานทัวร์ริ่งในบ้านเรายังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันมาก เหมือนเมืองนอก หากมีสต็อคไว้ก็จะไม่มากแค่ 1 - 2 คันหากเราไปหาซื้ออาจจะไม่ได้ตาม Size ที่เราต้องการ ในบ้านเรายี่ห้อดังๆ ราคาก็จะตกอยู่ประมาณ 40,000 บาท ขึ้นไปครับ ยกตัวอย่างเช่น TREK 520 2011 ราคาอยู่ที่ประมาณ 49,000 บาท หากใครที่พอมีกำลังซื้อก็จัดไปครับ แต่หากเป็นผม ผมจะซื้อแบบ ไม่คำนึงถึงยี่ห้อครับ ขอให้คุณภาพดีก็พอครับ (สำหรับผู้ที่พอมีความรู้ในการเลือกอะไหล่ นะครับ) สำหรับรถที่ราคาไม่แพงมากก็เช่น ยี่ห้อ MASI ตัวถังเป็นโครโมลี่ ล้อ 700C ราคา 19,000 - 22,000 บาท หากมือสองจากญี่ปุ่นยี่ห้อไม่เคยได้ยินมาก่อนราคา ก็จะอยู่ประมาณ 6,000 - 10,000 บาท หากเกินนี้ผมคิดว่าซื้อใหม่ดีกว่าครับ ลองหาดูตามเว็บประกาศ ต่างๆ ดูครับ แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ควรซื้อใหม่ดีกว่าครับหากจะเล่นมือสองควรเป็นคนที่มีความรู้ และศึกษามาพอสมควรมิเช่นนั้นอาจถูกหลอกได้ครับ เพราะเดี๋ยวนี้พวก มิจฉาชีพ หากกินตามบอร์ดประกาศเยอะมากครับ ทั้งหลอกให้โอนเงิน เอาสินค้าของคนอื่นมาโพสแล้วบอกว่าของเป็นของตัวเองแล้วเอาราคาถูกมาล่อใจ อะไรแบบนี้ครับ หากไม่มั่นใจอย่าโอนเงินเด็ดขาดครับ จักรยานไม่ใช่ราคาหลักร้อย ทางที่ดีไปซื้อที่ร้านที่เราไว้ใจได้เลยครับปลอดภัยสุดๆ ครับ

เสือภูเขาดัดแปลงเป็นจักรยานทัวร์ริ่ง
ผมแนะนำอีกอย่างนะครับ สำหรับผู้ที่ต้องการ จักรยานทัวร์ริ่ง หากจะนำมาใช้จริงๆ และออกทริปเป็นประจำ ควรดูอะไหล่ด้วยว่าสามารถซ่อมบำรุงได้ง่ายหรือเปล่า คือสามารถถอดออกมาซ่อมบำรุงโดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือ พิเศษ พิสดาร อะไรมากมาย ครับ แค่เครื่องมือซ่อมบำรุงพื่นฐานก็ซ่อมได้ยิ่งดีครับ เหตุผลเพราะเวลาเราออกทริปไกลๆ เช่น กรุงเทพ - เชียงใหม่ คงไม่มีใครอยากแบกเครื่องมือซ่อมบำรุงจักรยานชุดใหญ่ไปนะครับ เพราะหากปั่นทางเรียบก็ไม่เท่าไหร่หลอกครับ แต่หากไปถึงเส้นทาง ระหว่าง เถิน ถึงเชียงใหม่แล้วคุณแทบอยากจะทิ้งสัมภาระ ที่บรรทุกมาหมดเลยครับ เพราะจะมีทางขึ้นเขาเยอะมากครับ

สิ่งที่ผมได้เขียนบรรยายมาข้างบนนั้นก็เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับใครที่ กำลังมองหาจักรยานทัวร์ริ่ง สักคันแต่ประเด็นหลักแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยว่าต้องการจะนำไปใช้ใน การเดินทางไกลจริงๆ หรือเปล่าหากต้องการแค่ ใช้ปั่นเล่นเฉยๆ อันนี้ไม่ต้องลงรายละเอียดมากนักครับ หากเรามีตังก็ซื้อมาใช้ได้เลยครับ แต่หากเราจะนำไปใช้เพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ อันนี้ต้องละเอียดในการเลือกซื้อหน่อยก็ดีครับ ขอบคุณครับ

15 comments:

ขอโทษนะครับ ช่วยขยายความที่บอกว่าเฟืองหลังเยอะไร้สาระ ไร้สาระยังไงเหรอครับ พอดีผมไม่เข้าใจ ขอบคุญครับ

มีประโยชน์มากครับ

ตอบคุณ Bamboo นะครับ ที่บอกว่าไร้สาระนั้นมันเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมคนเดียวครับ ในความคิดผม แค่ตอนนี้ผมมี เฟืองหลังแค่ 10 ใบผมยังใช้ไม่หมดเลยครับ และที่สำคัญเรื่องความทนทานครับ ยิ่งเฟืองเยอะๆ โซ่จักรยานก็จะเล็ก และบางตามไปด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ

พี่ครับอย่างผมอยากได้มือ2ราคาไม่เกิน10000ขอคำแนะนำหน่อยครับ

ผมสนใจจะซื้อจักรยานทัวร์ริ่งเอาไว้สำหรับท่องเที่ยวทางไกล ตั้งใจว่าจะออกทริปปีละครั้งเป็นอย่งน้อย ฝันไว้กับเพื่อนว่าจะเดินทางทั่วไทยด้วยจักรยาน ตอนนี้ที่กำลังหาข้อมูลอยู่ คือ Fuji Touring 2013 กับ Masi CX Comp 2013 ผมลองค้นหาจากเว็บไซต์ต่างประเทศเจอแต่บทรีวิวของฟูจิ ซึ่งส่วนใหญ่จะแนะนำระดับ ๑ ใน ๑๐ ของรถจักรยานที่ดี แต่ไม่เจอบทรีวิว Masi และเนื่องจากผมไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ของจักรยานมาก่อนเลย จึงไม่สามารถเปรียบเทียบด้วยสเปคของจักรยานทั้ง ๒ คันว่าคันไหนมีราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่ากัน ฟูจิ ๓๑,๓๐๐ Masi ๒๒,๐๐๐ ครับ อยากรบกวนช่วยวิจารณ์ตัวเลือก ๒ ตัวเลือกนี้ให้ด้วย ว่าควรซื้อคันไหนดี...ขอบคุณมากครับ

ตอบคุณ thalit khongwittaya นะครับ ราคาทัวร์ริ่ง มือสองเดี๋ยวนี้ไม่แพงแล้วนะครับ ผมลอง หาดูใน google แล้วราคา 7,000 - 8,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นแฮนด์ ตรงคล้ายๆ เสือภูเขาครับ หากนำมาปรับแต่งนิดหน่อย ก็สวยใช้ได้เลยครับ

สำหรับคุณ heang_ja ผมได้ลองเปรียบเทียบดูแล้ว ในความคิดผมนะครับผมว่า จัด Masi CX Comp 2013 ไปเลยครับ ผมดูอะไหล่ต่างๆ แล้วเป็นของ Shimano รุ่น Sora ถือว่าคุณภาพใช้ได้ เลยครับ และอีกอย่างราคาก็ถูกกว่า เกือบ 10,000 บาท เป็นผมเลือก Masi ครับ

ผมอยากได้จักรยานทัวริ่งสักคันนะครับ งบ ประมาน 15000 - 20000
ครับผมคิดว่าผมจะปั่นออกต่างจังหวัดปีนึงสัก 2-3 ครั้งก็น่าจะพอเเล้วครับ

ช่วยหาจักยานเสือภูเขาให้สักคันนะครับ งบ ประมาน 10000- 15000

กะเอาไว้ปั่นออกกำลังกายครับ ถ้าได้สีแดงก้อดีคับ

จาก ....แห้ง ลำปาง

ตอบคุณ Hunny Aolne ตามงบประมาณที่บอกมา ผมว่าเลือกเป็นจักรยาน มือสองก็ได้นะครับ เพราะมือ 1 ตอนนี้ราคายังไม่ลงเลยครับ ผมว่ารถมือสอง หากเลือกเป็นก็สามารถได้รถดีๆ มาขี่ได้อีกนานเลยครับ ตามที่ผมเขียนไว้ในบทความ รถจักรยานทัวร์ริ่ง มันขึ้นอยู่กับเราครับ เสือภูเขาก็สามารถนำมาปั่นทัวร์ริ่งได้ครับ

สวัสดีคุณ Montian Promlao เอ้!! ชื่อนี้คุ้นๆ ครับ ผมจำได้แล้ว "ผม Bank" แน่นอน ผมแนะนำว่า มาที่เชียงใหม่แล้วไปซื้อด้วยกันดีกว่าครับ จะได้ไปนังทานกาแฟกัน นานๆ พี่เขาจะมาเชียงใหม่สักครั้ง แวะมาเที่ยวหาผมด้วยนะครับ

ตารางเทียบขนาดนี่ใช้ได้แน่ไหมครับโอกาสหน้าจะได้ซื้อขนาด50 ผมสูง173ช่วงขา71.5 เสือหมอบที่ขี่ขนาด54 ร้านจัดให้ ซื้อทัวริ่งเองใช้52 แต่ไปคร่อมรถเพื่อน 50ก็ว่าพอดีๆ

ตอบคุณ ทรงกลด สงขกุล ตารางใช้ได้แน่นอนครับ ที่บอกว่า สูง 173 ช่วงขา 71.5 ซ.ม. แสดงว่ารูปร่าง เป็นคนช่วงตัวยาวเหมือนผม คุณจึงสามารถขี่จักรยานไซด์ เล็กกว่า ปรกติได้ครับ จริงๆ คนที่มีความสูง 173 ปรกติจะมีช่วงขาอยู่ระหว่าง 76 - 85 ซ.ม. อาจจะมีสั่น หรือยาวกว่านี้ ได้ เพราะคนเรารูปร่างยอมต่างกันอยู่แล้วครับ

ที่บอกจะซื้ออีกคันไซด์ 50 ซื้อได้ครับเพราะเป็นไซด์ที่เหมาะกับรูปร่าง ของคุณ ทรงกลด ที่สุดครับ

ขอบคุณครับ

ชอบๆครับ.....ได้ความรู้และเข้าใจได้ดีจริงๆครับ....สงสัยผมต้องเก็บตังรออิกนานครับ...

ขอบคุณ tashiro lao ด้วยนะครับ ว่าง เข้ามาเยี่ยมบล็อกอีกนะครับ สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น